ครม. เห็นชอบทบทวน-ลดเงื่อนไขเกณฑ์คุณสมบัติลงทะเบียนโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569

วันนี้, 17:15น.


           นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้มีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม (คณะกรรมการฯ) เสนอ เกี่ยวกับการดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (โครงการฯ)  ปี 2569 เพิ่มเติม โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้



          1. เห็นชอบการทบทวนเกณฑ์คุณสมบัติของผู้มีสิทธิ เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและสภาพความเดือดร้อนของประชาชนในปัจจุบัน และมิให้ผู้ที่สมควรได้รับความช่วยเหลือหลุดออกจากระบบ จากการหารือร่วมกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติ ได้แก่



         1.1 กรณีเป็นนักเรียน นักศึกษา ไม่นับรวมผู้เรียนในโครงการอาชีวศึกษาเพื่อการพัฒนาชนบท และผู้เรียนการเรียนรู้เพื่อคุณวุฒิตามระดับ ตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมการเรียนรู้



         1.2 กรณีเป็นหุ้นส่วนในห้างหุ้นส่วนสามัญ และผู้ถือหุ้นหรือกรรมการในบริษัท ไม่นับรวมกรณีห้างหุ้นส่วนจำกัดหรือบริษัทที่จดทะเบียนเป็นวิสาหกิจเพื่อสังคม หรือวิสาหกิจชุมชน



         1.3 กรณีผู้มีบัญชีฝากหลักทรัพย์ โดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์คงเหลือในบัญชีหรือมีมูลค่าหลักทรัพย์คงเหลือรวมกันทั้งหมดทุกบัญชี ไม่เกิน 5,000 บาท



         1.4 กรณีผู้มีบัญชีถือครองตราสารหนี้ โดยไม่รวมผู้ที่ไม่มีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ หรือมีกรรมสิทธิ์ในตราสารหนี้ที่มีมูลค่ารวมกันทั้งหมด ไม่เกิน 5,000 บาท



         1.5 เกณฑ์รถ ไม่นับรวมรถจักรยานยนต์ที่มีอายุเกินกว่า 15 ปี และรถยนต์ รถพ่วง และรถใช้งานเกษตรกรรมที่มีอายุเกินกว่า 20 ปี เว้นแต่เป็นรถจักรยานยนต์มูลค่าสูงหรือรถจักรยานยนต์สะสม และรถยนต์มูลค่าสูงหรือรถยนต์สะสมตามประกาศกรมการขนส่งทางบก เรื่อง กำหนดชนิด แบบ รุ่น รถมูลค่าสูง รถสะสม เพื่อเป็นเกณฑ์พิจารณาตามโครงการฯ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ลงวันที่ 4 กันยายน 2569



            2. มอบหมายหน่วยงานของรัฐนำข้อเสนอแนะการบูรณาการข้อมูลผู้ลงทะเบียนไปดำเนินการเพื่อต่อยอดการช่วยเหลือประชาชนนอกเหนือจากโครงการฯ ปี 2569 อาทิ  กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์และกระทรวงมหาดไทยควรพิจารณาสภาพความเป็นอยู่และความต้องการของประชาชนแต่ละกลุ่ม เพื่อให้ความช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางอย่างเหมาะสม สถาบันการเงินเฉพาะกิจของรัฐควรพิจารณากำหนดมาตรการแก้ไขภาระหนี้สิน และสินเชื่อที่เหมาะสมเพื่อส่งเสริมการประกอบอาชีพให้แก่ประชาชน กระทรวงแรงงาน กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม และกระทรวงศึกษาธิการควรพิจารณาส่งเสริมการให้ความรู้ พัฒนาทักษะฝีมือแรงงาน และการเข้าสู่ตลาดแรงงานที่สอดคล้องกับศักยภาพของแต่ละบุคคล รวมทั้ง หน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติควรตรวจสอบกรณีการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับความยินยอม ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และปรับปรุงฐานข้อมูลให้ถูกต้องเป็นปัจจุบันต่อเนื่อง



           ด้าน น.ส.ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การนำหลักเกณฑ์ที่ทบทวนใหม่มาใช้กับรอบทบทวนสิทธิ โดยขณะนี้สิ้นสุดระยะเวลาการยื่นขอทบทวนสิทธิแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม 2569 มีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ 5,011,678 คน และมีผู้ไม่ผ่านคุณสมบัติที่ไม่ได้ยื่นขอทบทวนสิทธิ 4,302,575 คน



           สำหรับผู้ที่ยื่นขอทบทวนสิทธิ 5,011,678 คน คณะกรรมการฯ กำหนดให้สามารถแก้ไขข้อมูลกับหน่วยงานตรวจสอบคุณสมบัติได้ถึงวันที่ 20 ก.ย.69 และจะนำข้อมูลของผู้ขอทบทวนสิทธิกลุ่มนี้ไปตรวจสอบคุณสมบัติอีกครั้งตามหลักเกณฑ์ที่ทบทวนใหม่ หากคณะรัฐมนตรีให้ความเห็นชอบ ก่อนประกาศผลการตรวจสอบคุณสมบัติรอบทบทวนสิทธิในวันที่ 30 ก.ย.69



           สำหรับผู้ผ่านคุณสมบัติโครงการปี 2569 ทุกรายที่ยืนยันตัวตน (e-KYC) แล้ว จะสามารถเริ่มใช้สิทธิพร้อมกันตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2569 โดยผู้ผ่านคุณสมบัติสามารถยืนยันตัวตนที่ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.), ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย ได้ถึงวันที่ 14 ต.ค.69 ส่วนธนาคารกรุงไทยสามารถยืนยันตัวตนได้ถึงวันที่ 12 ม.ค.70



ข้อมูลเพิ่มเติม : ติดตามรายละเอียดโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ ปี 2569 และข้อมูลข่าวสารได้ทางเว็บไซต์ https://welfare.mof.go.th หรือ https://บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ.mof.go.th





 



#บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ



Cr:กระทรวงการคลัง





 







 






 

ข่าวทั้งหมด

X