พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) เปิดเผยปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา 2” จับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 27 ราย ในพื้นที่จ.สุราษฎร์ธานี
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และ คณะทำงานเฉพาะกิจต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน กรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย (DOPA N.I.C.E.) เปิดปฏิบัติการ “ปิดฉากแรงเงา” ในพื้นที่ อ.ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี และได้รับเบาะแสเพิ่มเติม จึงขยายการตรวจสอบสำนักทะเบียนในจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้แก่ อ.กาญจนดิษฐ์ และ อ.เกาะสมุย พร้องลงพื้นที่และตรวจหลักฐาน ในระบบทะเบียนราษฎร พบว่า มีบุคคลต่างด้าวมีเอกสารแสดงตัวตน ได้แก่ หนังสือเดินทางเมียนมา หรือหนังสือสำคัญประจำตัว หรือเป็นบุคคลต่างด้าวที่มีประวัติขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าไม่ใช่บุคคลไม่มีสถานะทางทะเบียนที่จะมีคำขอออกบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) ได้ นอกจากนี้ยังพบเครือข่ายนายหน้าและเจ้าหน้าที่ทะเบียน จัดทำบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) ให้กับชาวเมียนมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
จากการตรวจสอบทั้งหมดพบพฤติการณ์มีเหตุอันควรเชื่อว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้อง จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สภ.กาญจนดิษฐ์ และ สภ.เกาะสมุย จากนั้นพนักงานสอบสวน ยื่นคำร้องขอหายจับต่อศาล และศาลอนุมัติหมายจับบุคคล 3 กลุ่ม จำนวน 33 คน ดังนี้
(1) กลุ่มเจ้าหน้าที่ของรัฐ จำนวน 4 คน ในความผิดฐาน “เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเป็นเจ้าพนักงานมีหน้าที่ทำเอกสาร รับเอกสารหรือกรอกข้อความลงในเอกสาร รับรองเป็นหลักฐานว่า ตนได้กระทำการอย่างใดขึ้น หรือว่าการอย่างใดได้กระทำต่อหน้าตนอันเป็นความเท็จ, รับรองเป็นหลักฐานว่าได้มีการแจ้งซึ่งข้อความอันมิได้มีการแจ้ง และรับรองเป็นหลักฐานซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ และ ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการเพื่อให้ตนเอง หรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้าน หรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157, 162 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50
(2) กลุ่มเจ้าบ้านและพยานที่รับรองเท็จ จำนวน 10 คน ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใด เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 137, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50
(3) กลุ่มแรงงานต่างด้าว ผู้สวมสิทธิ์บัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) จำนวน 19 คน ในความผิดฐาน “สนับสนุนหรือช่วยเหลือเจ้าพนักงานให้ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ, แจ้งข้อความอันเป็นเท็จแก่เจ้าพนักงาน ซึ่งอาจทำให้ผู้อื่นหรือประชาชนเสียหาย, แจ้งให้เจ้าพนักงานผู้กระทำการตามหน้าที่จดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารราชการ ซึ่งมีวัตถุประสงค์สำหรับใช้เป็นพยานหลักฐาน โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่นหรือประชาชน และ เป็นคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย ทำ ใช้ หรือแสดงหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือกระทำการใด เพื่อให้ตนเองหรือผู้อื่นมีชื่อหรือมีรายการอย่างหนึ่งอย่างใดในทะเบียนบ้านหรือเอกสารการทะเบียนราษฎรอื่นโดยมิชอบ” อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86, 157, 137, 267 และ พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎรฯ มาตรา 50 วรรคสอง
ผลการปฏิบัติการในครั้งนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ 27 หมาย/คน ดังนี้
(1) เจ้าหน้าที่ของรัฐ ศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 4 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 3 หมาย
(2) กลุ่มเจ้าบ้านและพยานที่รับรองเท็จ ศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 10 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 9 หมาย
(3) กลุ่มแรงงานต่างด้าว ศาลออกหมายจับผู้ต้องหารวม 19 หมาย และสามารถจับกุมผู้ต้องหารวม 15 หมาย
จากการสืบสวนและการปฏิบัติการตรวจค้นจับกุมในครั้งนี้ ตรวจพบความผิดปกติอันมีลักษณะเป็นเครือข่ายและมีความเชื่อมโยงกันอย่างมีนัยสำคัญของสำนักทะเบียนอำเภอกาญจนดิษฐ์ และอำเภอเกาะสมุย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการนำบุคคลต่างด้าวที่เป็นแรงงานในพื้นที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดอื่น ๆ มาทำบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียน (ทะเบียน 0) หรือเรียกว่าขบวนการฟอกแรงงาน ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ร่วมบูรณาการสืบสวนและบังคับใช้กฎหมายในทุกมิติ ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อปราบปรามเครือข่ายอาชญากรรมที่กระทบต่อความมั่นคงของชาติอย่างต่อเนื่องต่อไป
สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณ กรมการปกครอง กรมสอบสวนคดีพิเศษ, สำนักงาน ป.ป.ช., สำนักงาน ป.ป.ท. และทุกหน่วยงานที่ร่วมปฏิบัติการในครั้งนี้ ซึ่งเป็นการทำงานเชิงบูรณาการเพื่อปกป้องความถูกต้องของระบบทะเบียนราษฎร ป้องกันการแทรกซึมของอาชญากรรมข้ามชาติ และรักษาความมั่นคงของชาติในระยะยาว
…
สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ข่าวทั้งหมด