พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร. พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 พล.ต.ต.ธีระชัย ชำนาญหมอ รอง ผบช.สพฐ.ตร. คณะทำงานต่อต้านภัยความมั่นคงทางทะเบียน (DOPA N.I.C.E) กรมการปกครอง เจ้าหน้าที่ ปปง. และผู้ว่าราชการจังหวัดสุมทรสาคร ร่วมกันจับกุมตัวผู้ต้องหารายสำคัญที่ทางการจีนต้องการตัว หลบหนีคดีคอร์รัปชัน นำเงินทุนมาฟอกขาวในไทยนานกว่า 10 ปี พร้อมนำกำลังเข้าค้นบริษัทนอมินีโรงงานผลิตยางรถ มูลค่ากว่า 600 ล้านบาท โดยผู้ต้องหานำลูกชายมาสวมทะเบียนได้บัตร ปชช.คนไทย และจะโอนทรัพย์สินทั้งหมดให้กับลูกชาย ซึ่งผู้ต้องหาคิดว่าได้สวมสิทธิ์เป็นคนไทยแล้ว สร้างความเสียหายและเป็นภัยต่อความมั่นคงของชาติอย่างยิ่ง
การเปิดปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจากชุดปฏิบัติการปราบปรามคนต่างด้าวที่กระทำผิดกฎหมาย พบผู้ต้องสงสัย Mr.Myo สัญชาติเมียนมา ใช้บุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าว (นอมินี) เปิดบริษัทต้องสงสัย 3 แห่ง มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เดียวกันที่ หมู่ 1 ต.อ้อมน้อย อ.กระทุ่มแบน จว.สมุทรสาคร ประกอบด้วย
1. บริษัท เค
2. บริษัท เอ และ
3. บริษัท แอล มีทุนจดทะเบียนรวม 191 ล้านบาท ถือครองที่ดินรวม 7 แปลง ซึ่งถูกใช้เป็นที่อยู่อาศัย โรงงาน และ ให้เช่าประกอบกิจการ เนื้อที่รวม 28 ไร่ 2 งาน 9.4 ตร.ว. มูลค่ารวมประมาณ 600 ล้านบาท Mr.Myo มีชื่อถือหุ้นโดยตรงในทั้ง 3 บริษัท และเป็นกรรมการผู้มีอำนาจใน 3 บริษัท
จากการสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานพบว่าผู้ถือหุ้นคนไทย ประกอบอาชีพขับรถรับจ้างอิสระ เคยทำงานขับรถ ส่งสินค้าให้กับ บริษัท เอ เป็นประจำแต่ไม่เคยลงทุน หรือถือหุ้นในบริษัทใด ๆ เลย
จุดสำคัญคือระบบจดจำใบหน้าของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองตรวจพบว่า Mr.Myo อาจเป็นบุคคลเดียวกับ Mr.Li สัญชาติจีน สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจึงประสานไปยังผู้ประสานงานตำรวจสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อตรวจสอบข้อมูลของ Mr.Li พบว่าเป็นผู้ต้องหาที่ทางการจีนต้องการตัว กระทำผิดฐานสนับสนุนการทุจริตในโครงการของรัฐ
หลังจากก่อเหตุ Mr.Li หลบหนีออกนอก ประเทศจีน โดยระหว่างปี พ.ศ.2556 – 2559 Mr.Li เคยใช้หนังสือเดินทางจีนเดินทางเข้า–ออกประเทศไทยรวม 14 ครั้ง ก่อนเปลี่ยนมาใช้ตัวตน Mr.Myo พร้อมหนังสือเดินทางเมียนมา ตั้งแต่ปี 2561 และเดินทางเข้า-ออกไทยอีกถึง 48 ครั้ง
ตำรวจจึงรวบรวมหลักฐานขอศาลจังหวัดสมุทรสาครออกหมายจับในความผิดเกี่ยวกับการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวและประกอบธุรกิจโดยฝ่าฝืนกฎหมาย พร้อมเข้าค้นบริษัททั้ง 3 แห่ง
เจ้าหน้าที่ยังตรวจยึดเอกสารสำคัญ รวมถึงโฉนดที่ดินและสัญญาซื้อขายมูลค่า 9 ล้านบาท เพื่อตรวจสอบขยายผล ซึ่งในระหว่างตรวจค้นพบ นาย ธ. ลูกชายของผู้ต้องหา ซึ่งแสดงบัตรประชาชนไทยระบุว่าเป็นผู้เกิดและมีสัญชาติไทย แต่เมื่อตรวจสอบลายนิ้วมือกลับพบว่า ตรงกับ Mr.Ji ชาวจีน ซึ่งเคยใช้หนังสือเดินทางจีนเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย และการออกบัตรประชาชนไทยครั้งแรกของนาย ธ. เมื่อปี 2566 ยังเชื่อมโยงถึงอดีตเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองที่ถูกจับกุมไปก่อนหน้านี้จากคดีช่วยเหลือคนต่างด้าวสวมสิทธิทำบัตรประชาชน ตำรวจจึงได้ทำการควบคุมตัวทั้ง Mr.Li และ นายธ. ดำเนินคดี พร้อมเก็บตัวอย่าง DNA ของทั้งคู่ และหญิงไทยที่มีชื่อเป็นมารดาตามทะเบียนราษฎร เพื่อตรวจสอบความสัมพันธ์ หากพบว่ามีส่วนรู้เห็นในการสวมสิทธิจะดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ข่าวทั้งหมด