เปิดใจ กกต.เสียงข้างน้อย 'สิทธิโชติ อินทรวิเศษ' ย้ำ มีโพยทุจริตเลือก สว.

วันนี้, 06:56น.


           นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงกรณีมติเสียงข้างน้อยในคดีทุจริตการเลือกสมาชิกวุฒิสภา (สว.)  ปฏิเสธที่ ออกมาชี้แจงครั้งนี้ ไม่ใช่ไม่พอใจหรอก แต่ในที่ประชุมก่อนที่ท่านจะไปแถลงข่าว เราคุยกันแล้วว่า ในการชี้แจงแถลงข่าวเราต้องพูดทีละข้อหาว่า ในข้อหานี้ กกต. มีมติเสียงข้างมากเท่าไหร่ เสียงข้างน้อยเท่าไหร่ บอกให้ชัดเจนไป



          ต้องยอมรับว่า ผมกับท่านชาย(ชาย นครชัย) เป็นเสียงข้างน้อย เรามองว่าพยานหลักฐานค่อนข้างเชื่อถือได้ ต้องมองบริบทว่าการกระทำคราวนี้ไม่ได้ทำที่จุดเดียว แต่มันกระจายไปทั้งประเทศ ที่เราจับได้ไล่ทันมีหลายจุด เช่น นครศรีธรรมราช ภูเก็ต หนองบัวลำพู อุทัยธานี นครสวรรค์ สุโขทัย ที่มาประชุมตามโรงแรมเพื่อทำโพย พอเราจับได้พบว่ามี 12 โพย ซึ่งผู้ได้อันดับ 1–7 ล้วนอยู่ในโพย 12 แผ่นนี้ทั้งนั้น และกลุ่มคนทำโพยก็ถูกลงโทษไปแล้ว มันแสดงให้เห็นว่าการทำโพยเป็นการทุจริตการเลือกตั้ง หรืออาจเข้าข่ายอาญาด้วยตามมาตรา 77 วรรคหนึ่ง



        ทุกพื้นที่ล้วนเกี่ยวข้องกับพรรคการเมืองพรรคเดียว ไม่มีพรรคอื่นแทรกเลย  รวมทั้ง ยังมีหลักฐานเรื่องเบอร์โทรศัพท์และเส้นเงินที่ยึดโยงกันระหว่างสมาชิกพรรค กรรมการบริหารพรรค และ สส. รวมถึงหลักฐานหลังประกาศผล สว. ที่มีการนัดประชุม สว. ประกาศใหม่ ที่โรงแรมในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 21 เพื่อกำหนดตัวประธานและรองประธาน สว. พยานซึ่งเป็นเลขาฯ อดีตทีมงานรัฐมนตรี/สส. ยืนยันว่ามีการสั่งเก็บโทรศัพท์ และพบคนสำคัญของพรรคเดินออกมา ความเห็นเสียงข้างน้อยจึงเห็นว่า พฤติการณ์ทั้งหมดประกอบกันเข้าข่ายสนับสนุนหรือทำให้เกิดเหตุการณ์ทำโพย ความผิดข้อหาที่ 1 และ 2 ต้องไปด้วยกันครับ



           นอกจากพยานปากที่ 16 แล้ว ยังมีพยานอื่นนายดิเรก พรสีมา ให้การสอดคล้องกัน ผมมองว่ามีข้อพิรุธ เพราะตัวพยานเป็นถึง สส. ผู้มีบารมีในขณะนั้น หรืออีกท่านก็เป็นพ่อตาของหัวหน้าพรรคการเมืองใหญ่ ใครจะกล้าไปข่มขู่ และการมายื่นกลับคำให้การเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม ปี 2568 ซึ่งทิ้งช่วงเวลานานมากหลังจากให้การครั้งแรก เมื่อมองภาพรวมเหมือน “มองช้างทั้งตัว” เสียงข้างน้อยจึงเห็นควรรวมร่างพยานหลักฐานและมองว่ามีความผิดจริงครับ



          การออกมาเปิดเผยเรื่องมติเสียงข้างน้อยในวันนี้ นายสิทธิโชติ ย้ำว่า ไม่จำเป็นต้องป้องกันตัวเอง ถึงฟ้องไปผมก็มีหลักฐานว่าในการลงมติผมลงอย่างไร ผมเขียนเหตุผลประกอบไว้อย่างชัดเจน ยึดโยงพยานหลักฐานจับต้องได้ ทำนองคำวินิจฉัยสั้นๆ แบบที่ศาลเขียนไว้เรียบร้อยแล้ว



          โดยมติที่ออกมารวม 77 คน มีเอกฉันท์อยู่บางกลุ่มครับ ในส่วน สว. ตัวจริงมติคือ 4 ต่อ 3 (เสียงข้างน้อยยืนพื้น 2 เสียง รวมอีก 2 เสียงเป็น 4) ส่วนที่เอกฉันท์จริงๆ คือกลุ่มที่ไม่ใช่ สว. ตัวจริง แต่เป็นบล็อกโหวตเตอร์ที่มีเส้นเงินชัดเจน หนีไม่ออก อันนั้น กกต. ทุกท่านเห็นตรงกันว่าต้องลงโทษ



          นายสิทธิโชติ ยังขอให้กลับไปดูกล้องวงจรปิดวันเลือกตั้งระดับประเทศ วันที่ 26 มิถุนายน ถ่ายเห็นผู้มีสิทธิ์เลือก สว. ดึงโพย 20 ช่องออกมาลอก แสดงว่าโพยมีอยู่ก่อนแล้ว ไม่ใช่คณะที่ 26 มาทำขึ้นเอง และบางคนก็ถ่ายรูปโพยติดอยู่ในโทรศัพท์ตัวเอง พนักงานสืบสวนขอดูก็เจอพร้อมบันทึกวันที่ไว้ชัดเจน



          การออกมาครั้ง ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงผลของมติ กกต. เว้นแต่ในชั้นศาลฎีกา ศาลอาจทำการไต่สวนและเรียกพยานหลักฐานทั้งหมดในสำนวนไปดูได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับดุลพินิจและอำนาจของศาลฎีกา หรือหากผู้เสียหายยื่นคำร้องต่อศาลเอง ศาลก็อาจใช้หลักความเป็นธรรมในการพิจารณา



 



#เลือกสว



#ฮั้วสว



#กกตเสียงข้างน้อย 



 

ข่าวทั้งหมด

X