รอด-ไม่รอด! บ่ายสามวันนี้ กกต.นัดแถลงสอบ คดีฮั้ว สว.ผู้ถูกกล่าวหา 229 ราย

วันนี้, 06:37น.


          สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ได้แจ้งสื่อมวลชนว่า กกต.จะมีการแถลงข่าวผลการประชุมลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ในเวลา 15.00 น. วันจันทร์ที่ 14 ก.ย. ที่สำนักงาน กกต. ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ โดยก่อนหน้านั้น นายณรงค์ กลั่นวารินทร์ ประธาน กกต. นัดประชุม กกต.ลงมติชี้ขาดคดีฮั้ว สว. ในเวลา 10.00 น. ซึ่งที่ประชุมจะไม่มีการพิจารณารายละเอียดสำนวนการไต่สวนในคดีแล้ว เพราะ กกต.ได้มีการประชุมพิจารณาสำนวนคดีฮั้ว สว.มาร่วม 3 เดือนก่อนหน้านี้ โดยนัดประชุมครั้งสุดท้ายไปเมื่อวันศุกร์ที่ 28 ส.ค.  และเว้นช่วงไว้ 2 สัปดาห์เพื่อให้ กกต.แต่ละคนไปใช้ดุลยพินิจว่าจะลงมติอย่างไร 



          การแถลงข่าวมติ กกต.ครั้งนี้ มีการให้สื่อมวลชนลงทะเบียนแจ้งชื่อและสังกัดภายในวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ย. โดยให้สื่อเข้าฟังการแถลงข่าว ถ่ายภาพ และไลฟ์สดได้ไม่เกินสำนักข่าวละ 3 คน



  สำหรับคำร้องคดีดังกล่าว มีผู้ถูกกล่าวหารวม 229 รายชื่อ โดยคำร้องคดีดังกล่าว มีข้อกล่าวหา 7 ข้อกล่าวหา ประกอบด้วย



1.กรรมการบริหารพรรคการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือให้ผู้สมัครได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคหนึ่ง หรือไม่



2.ผู้สมัครยินยอมให้กรรมการบริหารพรรคการเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคการเมือง สส.  สมาชิกสภาท้องถิ่น ผู้บริหารท้องถิ่น ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ช่วยเหลือเพื่อให้ได้รับเลือกเป็น สว. ตามมาตรา 76 วรรคสอง หรือไม่ 



3.ผู้สมัครไม่ปฏิบัติตามวิธีการหรือเงื่อนไขที่ กกต. กำหนด คือ ระเบียบ กกต. ว่าด้วยการแนะนำตัวในการเลือก สว.2567 ที่ออกตามมาตรา 70 และมาตรา 36 หรือไม่



4.มีการจัด ทำ ให้ เสนอให้ สัญญาว่าจะให้ หรือจะเตรียมเพื่อให้ทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดอันอาจคำนวณเป็นเงินได้ เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (1) หรือไม่



5.มีการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยงผู้ใด เพื่อจูงใจให้ผู้สมัครหรือผู้มีสิทธิเลือกลงคะแนนหรือไม่ลงคะแนนให้แก่ผู้ใด ตามมาตรา 77 (3) หรือไม่



6.มีการเรียกหรือรับทรัพย์สินหรือผลประโยชน์อื่นใดเพื่อลงสมัครตามมาตรา 79 หรือไม่



7.ผู้มีสิทธิเลือกเรียก รับ หรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดสำหรับตนเองหรือผู้อื่นเพื่อเลือกหรืองดเว้นไม่เลือกผู้ใด ตามมาตรา 81 หรือไม่



          ส่วนผู้ถูกกล่าวหาในสำนวนคำร้องคดีนี้ 229 คน แบ่งเป็น สว.ชุดปัจจุบัน 136-138 คน ที่มีตั้งแต่ระดับประธานวุฒิสภา นายมงคล สุระสัจจะ, พล.อ.เกรียงไกร ศรีรักษ์ รองประธานวุฒิสภา และคีย์แมน สว.สีน้ำเงินอีกหลายคน  อาทิ นายวุฒิชาติ กัลยาณมิตร ปธ.กมธ.การคมนาคม วุฒิสภา และเลขานุการวิปวุฒิสภา,  นายพรเพิ่ม ทองศรี ปธ.กมธ.การพลังงาน วุฒิสภา พี่ชายนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี, พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร ปธ.กมธ.กิจการองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ การป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบฯ วุฒิสภา อดีต ผบก.ตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ มือกฎหมายคนสำคัญของ สว.น้ำเงินเข้ม เป็นต้น



          และอีกส่วนหนึ่ง เป็นกลุ่มนักการเมืองของพรรคภูมิใจไทย ที่มีทั้งรัฐมนตรี, สส., กรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในช่วงที่มีการเลือก สว.เมื่อเดือนมิถุนายน 2567 รวม 21คน เช่น นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายเนวิน ชิดชอบ ผู้มากบารมีพรรคภูมิใจไทย กลุ่มรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทย เช่น สี่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์ นางสุขสมรวย วันทนียกุล และอีกหลายคน เช่น นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลฯ และเลขาธิการพรรคภูมิใจไทย, นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมว.การท่องเที่ยวฯ, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รมช.คมนาคม, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย, นายภัทรพงศ์ ภัทรประสิทธิ์ รมช.คมนาคม, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รมช.มหาดไทย, น.ส.ไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายทะเบียนพรรคภูมิใจไทย เป็นต้น



          นอกจากนี้ก็ยังมีบุคคลที่อยู่ในเครือข่ายพรรคภูมิใจไทย 20 คน เช่นพวกเลขาฯ หรือทีมงานส่วนตัวของรัฐมนตรีและแกนนำพรรคภูมิใจไทย ที่ตามสำนวนคือเป็นผู้ประสานงานในการอำนวยความสะดวกด้านต่างๆ เช่น นัดหมายกลุ่มผู้สมัคร สว.ให้ไปเจอที่ใด รวมถึงมีเส้นเงินโยงเครือข่ายผู้สมัคร สว. เป็นต้น และอีก 50 คน เป็นพวกกลุ่ม สว.สำรองและผู้สมัคร สว.ที่ไม่ได้เข้าไปเป็น สว.ชุดปัจจุบัน



          โดยมติ กกต.จะออกมาได้ 3 แนวทางคือ



+++หนึ่ง กกต.มีมติให้ส่งคำร้องไปศาลฎีกา เพื่อให้ศาลฎีกามีคำสั่งเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง หรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งของบุคคลที่ปรากฏในคำร้องรวม 229 ชื่อ ตามสำนวนการสืบสวนไต่สวนของคณะอนุกรรมการชุดที่ 26 ของสำนักงาน กกต. โดยเมื่อศาลฎีการับคำร้องไว้ไต่สวน จะมีคำสั่งให้ สว.ที่มีชื่อตามคำร้องหยุดพักการปฏิบัติหน้าที่ไว้ก่อน จนกว่าศาลจะมีคำตัดสิน  โดยหาก สว. 138 คนหยุดปฏิบัติหน้าที่ทั้งหมด จะทำให้เกิดสภาพสุญญากาศของวุฒิสภาทันที ส่วนกลุ่มนักการเมืองเช่นรัฐมนตรี สส. ตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยการได้มาซึ่ง สว.มาตรา 62 ไม่ได้บัญญัติไว้ว่าให้ศาลฎีกาต้องสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วย จึงอยู่ที่ดุลยพินิจขององค์คณะศาลฎีกาที่ไต่สวนสำนวนคำร้องคดีดังกล่าวว่าจะมีความเห็นอย่างไร แต่โดยหลักเมื่อกฎหมายไม่ได้เขียนไว้ ศาลก็จะไม่มีคำสั่งนอกเหนือจากที่กฎหมายบัญญัติ



+++สอง กกต.มีมติยกคำร้องคดีฮั้ว สว. ไม่ส่งคำร้องไปศาลฎีกา โดยให้เหตุผล เช่น ไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําการอันเป็นการทุจริตในการเลือก สว. หรือรู้เห็นกับการกระทําของบุคคลอื่น อันทําให้การเลือก สว.เมื่อปี 2567 มิได้เป็นไปโดยสุจริตหรือเที่ยงธรรม ซึ่งหากมติ กกต.ออกสูตรนี้ ฝ่ายค้านทั้งพรรคประชาชนและประชาธิปัตย์ประกาศแล้วว่า ไม่ยอมแน่ จะมีการไล่เช็กบิลเอาผิด กกต.เพื่อเอาเข้าคุก



+++สาม คือ กกต.มีมติส่งคำร้องไปศาลฎีกา แต่ส่งไม่ครบ 229 รายชื่อ โดยจะไม่มีพวก “น้ำเงินเข้ม” ระดับรัฐมนตรี-แกนนำและ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึงไม่มีบิ๊ก สว.สีน้ำเงินในวุฒิสภาชุดปัจจุบันอยู่ในสำนวนที่ส่งไปศาลฎีกา โดยหากมติ กกต.ออกมาทางนี้ ทำให้ย่อมเกิดเสียงวิจารณ์ต่อ กกต.ว่า เป็นมติ กกต.เพื่อตัดตอนปิดคดีช่วยน้ำเงินเข้ม เอาผิดเฉพาะพวกน้ำเงินอ่อน



 

ข่าวทั้งหมด

X