ความคืบหน้ารถเบนซ์ขับย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิตที่ สน.วิภาวดี-งานศูนย์ควบคุมจราจรวิภาวดีรังสิต นางพะเยาว์ อายุ 77 ปี เจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์แห่งหนึ่งย่านรัชดา ผู้ขับขี่รถเบนซ์ย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิต พร้อมลูกสาว เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม หลังเกิดเหตุขับรถย้อนศรบนถนนวิภาวดีรังสิต ฝั่งขาเข้า ก่อนถึง 5 แยกลาดพร้าว
นางพะเยาว์เดินทางมาด้วยรถตู้สีดำ สวมแว่นดำและหน้ากากอนามัย เพื่อปิดบังใบหน้า และปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนเข้าห้องสอบสวน โดยตำรวจได้ให้ญาติเดินทางกลับไปนำรถเบนซ์คันเกิดเหตุมาที่ สน.วิภาวดี เพื่อตรวจสอบและดำเนินการตามขั้นตอนทางคดี
ต่อมาเวลา 16.00 น. ญาติได้นำรถเบนซ์คันเกิดเหตุมาจอดที่ สน.วิภาวดี โดยเบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อหา ได้แก่ ขับรถโดยประมาท, ฝ่าฝืนเครื่องหมายจราจรบนพื้นทาง และเดินรถไม่เป็นไปตามทิศทางที่กฎหมายกำหนด ก่อนนัดหมายให้นางพะเยาว์ไปส่งศาลแขวงพระนครเหนือ โดยวันนี้ศาลจะพิจารณาว่าจะมีคำสั่งยึดรถคันดังกล่าวหรือไม่
ขณะเดียวกัน ตำรวจ สน.วิภาวดีได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดตามเส้นทาง พบว่า รถเบนซ์คันดังกล่าวขับออกมาจากบริเวณทางออกของห้างเซ็นทรัลลาดพร้าว เข้าสู่ถนนหอวัง ก่อนเลี้ยวซ้ายมุ่งหน้าสู่ถนนวิภาวดีรังสิต และขับมาตามถนนฝั่งขาเข้าในช่องทางคู่ขนาน
เมื่อมาถึงจุดกลับรถ รถเบนซ์ได้เลี้ยวกลับรถ แต่เมื่อถึงจุดตัดกับทางกลับรถของช่องทางด่วน กลับหักหัวรถเข้าไปภายในจุดกลับรถของช่องทางด่วน ก่อนขับสวนเลนย้อนศรไปประมาณ 1 กิโลเมตร จนเกือบถึงแยกบางเขน ก่อนหยุดและดำเนินการตามขั้นตอนของเจ้าหน้าที่
ภายหลังสอบปากคำเสร็จสิ้น นางพะเยาว์พร้อมลูกสาวได้เดินออกจากห้องสอบสวน โดยปฏิเสธให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ก่อนขึ้นรถเดินทางกลับทันที
พ.ต.ท.ภุชงค์ เม้าทุ่ง สารวัตรจราจร สน.วิภาวดี เปิดเผยว่า จากการสอบถามเบื้องต้นทราบว่า เนื่องจากนางพะเยาว์มีอายุมาก อาจเกิดจากความเข้าใจเครื่องหมายจราจรผิดและเกิดความตกใจ จึงทำให้ขับรถผิดเส้นทาง
พนักงานสอบสวนได้ทำการยึดรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ คันดังกล่าวไว้เป็นของกลางในคดี และเตรียมนำตัวผู้ต้องหาพร้อมเอกสารหลักฐาน ส่งพนักงานอัยการเพื่อยื่นฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในวันนี้ โดยจะเสนอให้ศาลพิจารณา สั่งริบรถยนต์ของกลาง ตามขั้นตอนกฎหมายต่อไป
#เบนซ์ย้อนศร
ข่าวทั้งหมด