รัฐมนตรีการต่างประเทศจาก 12 ประเทศเผยแพร่แถลงการณ์ร่วม ประกาศเจตนารมณ์ในการจำกัดการค้า สินค้าที่มาจากนิคมของอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์ ซึ่งก่อตั้งโดยผิดกฎหมายระหว่างประเทศ
ในแถลงการณ์ ระบุว่า แคนาดา เดนมาร์ก ฟินแลนด์ ฝรั่งเศส ไอซ์แลนด์ ไอร์แลนด์ นอร์เวย์ โปแลนด์ โปรตุเกส สเปน สวีเดน และสหราชอาณาจักร ยืนยันการนำมาตรการจำกัดการค้าสินค้ากับประเทศที่มีการตั้งถิ่นฐานผิดกฎหมายระหว่างประเทศมาใช้ในระดับชาติและ/หรือสนับสนุนมาตรการจำกัดการค้าสินค้าในระดับยุโรป หรือกำลังพิจารณามาตรการเหล่านี้และมาตรการอื่นๆ อย่างจริงจัง ตามขั้นตอนภายในประเทศของตน เนื่องจากการกระทำของรัฐบาลอิสราเอลในเขตเวสต์แบงก์กำลังบั่นทอนความเป็นไปได้ของแนวทางแก้ปัญหาแบบ 2 รัฐ ซึ่งหมายถึงการที่อิสราเอลและปาเลสไตน์จะอยู่ร่วมกันอย่างสันติ
โดยในขณะนี้ ไอร์แลนด์ สเปน เบลเยียม และเนเธอร์แลนด์ มีมาตรการต่อต้านการค้ากับนิคมของอิสราเอลแล้ว ส่วนฝรั่งเศสพยายามผลักดันให้สหภาพยุโรปดำเนินการในลักษณะเดียวกัน แต่ก็ถูกขัดขวางโดยสมาชิกบางประเทศ
เป้าหมายของมาตรการ คือสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับการขยายตัวของนิคมชาวอิสราเอล เช่น ผลผลิตทางการเกษตร ไวน์ พลาสติก รวมถึงบริษัทที่ให้บริการด้านการก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ในเขตเวสต์แบงก์
ในแถลงการณ์ เตือนว่าสถานการณ์ในพื้นที่กำลังเลวร้ายลงอย่างรวดเร็ว ท่ามกลางความรุนแรงและการขยายตัวของการตั้งถิ่นฐานของผู้บุกรุกในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เรียกร้องให้อิสราเอลต้องยุติการขยายการตั้งถิ่นฐานโดยทันที ต้องรับผิดชอบต่อความรุนแรงของผู้ตั้งถิ่นฐาน และต้องสอบสวนกองกำลังอิสราเอล
การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอลโจมตีหมู่บ้านชาวปาเลสไตน์ในดินแดนที่ถูกยึดครองอย่างผิดกฎหมายเพิ่มมากขึ้นในช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลตะวันตกบางแห่งเกรงว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อแนวทางแก้ปัญหาแบบ 2 รัฐ
...
#ยุโรป
#อิสราเอล
#เวสต์แบงก์
ข่าวทั้งหมด