นางเจนนิเฟอร์ โฮเมนดี ประธานคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ (NTSB) ของสหรัฐฯ แถลงความคืบหน้ากรณี เครื่องบินขนส่งสินค้าของบริษัท “แอมะซอน” (Amazon) ไถลหลุดรันเวย์สนามบินไมอามี ไปชนรถยนต์จนเกิดไฟลุกไหม้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 5 ศพเมื่อวันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น
เที่ยวบินที่ 7598 ของ Amazon Air มีลูกเรือบนเครื่อง 2 คน โดยเดินทางมาจากเปอร์โตริโกเมื่อวันอาทิตย์ ก่อนที่เครื่องจะไถลออกนอกรันเวย์ของท่าอากาศยานนานาชาติไมอามีขณะพยายามลงจอด ก่อนไปชนเข้ากับรถตู้สีขาว ยี่ห้อฟอร์ด ของบริษัททำความสะอาดแห่งหนึ่ง ซึ่งภายในมีคนนั่งอยู่ 7 คน
จากนั้นเครื่องบินได้ทะลุรั้วกั้นขอบเขตสนามบินไปชนเข้ากับรถยนต์โตโยต้า โคโรลล่า ที่กำลังวิ่งอยู่บนถนนลำดับที่ 67 (67th Avenue) และไปแน่นิ่งอยู่ห่างจากรันเวย์ออกไปเกือบ 400 เมตร ผู้เสียชีวิตทั้ง 5 รายเป็นผู้ที่อยู่ในรถยนต์ นอกจากนั้น ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 5 ราย โดยที่ไม่มีการเปิดเผยว่า อาการของลูกเรือ 2 คนบนเครื่องบินเป็นอย่างไร
ประธาน NTSB บอกอีกว่า เจ้าหน้าที่สืบสวนเดินทางถึงจุดเกิดเหตุเมื่อเวลา 18:00 น.วันอาทิตย์ตามเวลาท้องถิ่น และยังคงปักหลักทำงานอยู่ในพื้นที่
ขณะนี้ เจ้าหน้าที่สามารถกู้กล่องดำทั้ง 2 ตัว คือ อุปกรณ์บันทึกข้อมูลการบินกับอุปกรณ์บันทึกเสียงในห้องนักบินได้แล้ว อย่างไรก็ตาม NTSB ยืนยันว่า พวกเขากำลังให้ความสำคัญสูงสุดกับการกู้ร่างของผู้เสียชีวิต
ในส่วนของการสืบสวน จะมุ่งเน้นไปที่ระบบ EMAS (ระบบชะลอความเร็วปลายรันเวย์เพื่อลดแรงกระแทกเมื่อเครื่องบินไถลออกนอกรันเวย์) รวมถึงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่าง Amazon และ 21 Air ซึ่งเป็นบริษัทรับเหมาขนส่งสินค้าในเที่ยวบินนี้
โฮเมนดีกล่าวว่า เหตุการณ์นี้เป็นเรื่อง “สะเทือนใจอย่างยิ่ง” หลังถูกนักข่าวถามถึงสภาพที่เกิดเหตุ “มันเป็นภาพที่ยากจะมอง และฉันมั่นใจว่ามันเป็นเรื่องที่ยากลำบากมากสำหรับทีมกู้ภัยชุดแรกที่เข้าไปถึงเช่นกัน”
#เครื่องบินตกในสหรัฐ
ข่าวทั้งหมด