พญ.จุไร วงศ์สวัสดิ์ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค แถลงสถานการณ์การติดเชื้อโรคโควิด-19 ว่า ขณะนี้หลายท่านอาจกังวลเกี่ยวกับผู้ติดเชื้อโควิดที่มีจำนวนมากขึ้น ยิ่งตอนนี้มีกระแสข่าวแชร์ในโซเชียลฯ ขอยืนยันว่าไม่จริง โดยวันนี้(1 ก.ย.) กรมฯ จึงมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับอุบัติการณ์การติดเชื้อ โดยข้อมูลปี 2569 ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-31 ส.ค.2569 มีผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย อัตราป่วย 151.34 ต่อประชากรแสนคน เสียชีวิต 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.02% แต่เมื่อย้อนกลับไป 2-3 ปีก่อน จำนวนผู้ป่วยและผู้เสียชีวิตยังน้อยกว่า
.jpg)
“จากกราฟจำนวนผู้ป่วย ผู้เสียชีวิต เราจะเห็นว่าเส้นสีน้ำเงินเหมือนจะกระดกขึ้น แต่เมื่อเทียบย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 2566 ปี 2567 และ ปี 2568 จำนวนเคสล่าสุด ณ ขณะนี้ ยังถือว่าน้อยอยู่ สรุปคือ แม้ตอนนี้จำนวนเคสผู้ป่วยโควิดจะเพิ่มขึ้นจริง เพราะเข้าสู่ช่วงฤดูฝน โรคติดเชื้อระบบทางเดินหายใจจะเพิ่มขึ้น แต่เพิ่มขึ้นอย่างไรก็ยังน้อยกว่า 2-3 ปีก่อน”
ที่น่าสนใจคือ จำนวนผู้เสียชีวิตน้อยลงในปี 2569 เมื่อเทียบกับปีก่อนๆ โดยข้อมูลปี 2569 ผู้ป่วยสะสม 99,691 ราย เสียชีวิต 15 ราย คิดเป็นอัตราป่วยตาย 0.02% แต่เมื่อเทียบปีก่อนๆ อย่างปี 2568 มีผู้ป่วยโควิด 614,601 ราย อัตราป่วยตายอยู่ที่ 0.04% (274ราย) ส่วนปี 2567 ผู้ป่วย 777,730 รายอัตราป่วยตาย 0.03% (219 ราย) และย้อนไปอีกเมื่อปี 2566 มีผู้ป่วย 618,793 ราย อัตราป่วยตายที่ 0.14% (852 ราย)
กรมฯ มีการติดตามเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2569 พบการรายงานผู้ป่วยโควิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ตั้งแต่สัปดาห์ที่ 18 จนถึงปัจจุบัน และในสัปดาห์ที่ 32 พบแนวโน้มผู้ป่วยสูงกว่าปีที่ผ่านมา แต่ยังไม่มากเท่าปีก่อน อย่างปี 2568 ช่วงพีคคือหลังสงกรานต์ แต่ปี 2569 ยังไม่ชัดเจน แต่มาไต่ขึ้นช่วงเดือน มิ.ย.2569
จากข้อมูลต่างๆ อาจกล่าวได้ว่า โควิด-19 ยังไม่ได้เป็นลักษณะโรคตามฤดูกาลอย่างชัดเจน เหมือนช่วงการระบาดจะแตกต่างกันในปีที่ผ่านมา ดังนั้น จึงต้องเฝ้าระวังกันต่อไป ซึ่งโควิด-19 เป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวังของประเทศไทยอยู่แล้ว จึงมีการติดตาม รายงานสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง
ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค. ผู้ป่วย 99,691 ราย พบว่าในจำนวนนี้มี 10 จังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด ซึ่งคำนวนวต่อประชากรแสนคน โดยจังหวัดที่มีอัตราป่วยสูงสุด คือ กรุงเทพมหานคร รองลงมา ชลบุรี ภูเก็ต ลำพูน นนทบุรี นครปฐม ระยอง สระบุรี เชียงใหม่ และอ่างทอง ขณะที่ช่วงอายุที่พบนั้น เจอได้ทุกช่วงอายุ แต่มากที่สุดคือ เด็กอายุน้อยกว่า 1 ปี
“ ขณะนี้การระบาดจะเป็นลักษณะ พ่อแม่ผู้ปกครองอาจติดเชื้อมาจากชุมชน ซึ่งอาการจะอ่อนๆ คล้ายไข้หวัดทั่วไป แต่นำเชื้อมาแพร่แก่เด็กเล็ก ซึ่งจริงๆอาการในเด็กก็ไม่ได้รุนแรง เห็นจากข้อมูลอายุผู้เสียชีวิตมากสุดคือ ผู้สูงอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป รองลงมา 50-59 ปี และ 40-49 ปีตามลำดับ ดังนั้น โควิดจะป่วยเยอะในเด็กเล็ก แต่กลุ่มเสี่ยงรับความรุนแรงที่จะเสียชีวิตคือ อายุ 40 ปีขึ้นไป โดยเฉพาะมากกว่า 60 ปี เพราะจะมีโรคประจำตัว เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน และโรคมะเร็ง.
ด้านนพ.วีรวัฒน์ มโนสุทธิ นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ โฆษกกรมควบคุมโรค กล่าวย้ำผู้เสียชีวิตจากโควิดในปี 2569 จำนวน 15 ราย คิดเป็นอัตรา 0.02% เมื่อเทียบย้อนหลังปีก่อนๆ ถือว่าปีนี้น้อย ดังนั้น ความรุนแรงของโรคไม่ได้เพิ่มขึ้น ส่วนสายพันธุ์ที่พบจากข้อมูลกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ (วันที่ 1 ม.ค.-21 ส.ค.2569) พบป่วยโควิดด้วยสายพันธุ์โอมิครอน 1,045 ราย โดยเป็นสายพันธุ์ย่อย NB.1.8.1 มากว่า 50% ถือเป็นสายพันธุ์หลักที่ระบาดในประเทศไทย รองลงมาเป็นสายพันธุ์ JN.1*
แต่ปัจจุบันไทยยังเป็น NB.1.8.1 สายพันธุ์หลัก ไม่รุนแรง แต่ติดง่าย "หากมีอาการป่วยควรพักและลดการใกล้ชิดผู้อื่น สวมหน้ากากเมื่อมีอาการหรืออยู่ในสถานที่แออัด และดูแลสุขภาพให้แข็งแรง หากมีอาการรุนแรง เช่น หายใจลำบาก เหนื่อยหอบ แน่นหน้าอก ซึมลง หรืออาการทรุดลง ควรรีบพบแพทย์ทันที ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สายด่วนกรมควบคุมโรค โทร. 1422
ผู้เสียชีวิต 15 ราย/ปี 69 (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค.)
สำหรับข้อมูลผู้เสียชีวิต 15 ราย พบ 14 รายอยู่ในกลุ่ม 608 โดยอายุตั้งแต่ 40 ปีขึ้นไป รายละเอียด คือ
รายที่ 1 เป็นชาย อายุ 76 ปี อาชีพ งานบ้าน ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 2 เป็นหญิง อายุ 60 ปี อาชีพค้าขาย ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 3 เป็นชาย อายุ 82 ปี เป็นข้าราชการบำนาญ ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 4 เป็นหญิง อายุ 82 ปี ไม่ทราบโรคประจำตัว แต่พักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
รายที่ 5 เป็นชาย อายุ 83 ราย ไม่ทราบโรคประจำตัว พักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ (การระบาดเป็นกลุ่มก้อน)
รายที่ 6 เป็นหญิง อายุ 48 ปี อาชีพ แม่ค้าขายอาหาร มีโรคภูมิแพ้ผิวหนัง
รายที่ 7 เป็นชาย อายุ 42 ปี งานบ้าน มีโรคเบาหวาน โรคไตวายเรื้อรัง(มีการล้างไต) โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง ป่วยขณะรักษาตัวในรพ.
รายที่ 8 เป็นชาย อายุ 88 ปี ไม่ระบุอาชีพ ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 9 เป็นหญิง อายุ 57 ปี รับจ้าง ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 10 เป็นชาย อายุ 60 ปี รับจ้าง ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 11 เป็นชายอายุ 76 ปี มีโรคประจำตัว ทั้งไตวายเรื้อรัง โรคทางเดินหายใจเรื้อรัง โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดสมอง พักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
รายที่ 12 เป็นชาย อายุ 69 ปี มีอาชีพเกษตรกรรม ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 13 เป็นหญิง อายุ 72 ปี ป่วยโรคมะเร็ง
รายที่ 14 เป็นหญิง อายุ 78 ปี ทำสวน ไม่ทราบโรคประจำตัว
รายที่ 15 เป็นชาย อายุ 75 ปี มีโรคเบาหวาน โรคไขมันในเลือดสูง โรคความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง ผู้ป่วยติดเตียงพักอาศัยในศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ
#โควิด19
Cr:กรมควบคุมโรค
ข่าวทั้งหมด