นายนันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงการส่งออกของไทยในเดือนกรกฎาคม 2569 มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (1,128,984 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 25 ที่ร้อยละ 21.6 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 23.3 สินค้าอิเล็กทรอนิกส์และสินค้าที่เกี่ยวเนื่องกับการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงเติบโตอย่างโดดเด่น และเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของภาคการส่งออก เช่นเดียวกับเครื่องใช้ไฟฟ้าและชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือที่ยังคงขยายตัวได้ดี ในขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรกลับมาขยายตัว โดยเฉพาะข้าว สินค้าประมง และผักสด ประกอบกับสินค้ายางพาราและสินค้าปศุสัตว์ที่ขยายตัวต่อเนื่อง ล้วนเป็นปัจจัยหนุนต่อการส่งออกโดยรวม อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ทั้งสถานการณ์ความตึงเครียดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งอาจส่งผลให้ต้นทุนด้านพลังงานผันผวนและปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการออกมาตรการทางภาษีของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะมีความเจาะจงเป็นรายประเทศและรายสินค้ามากขึ้นในระยะต่อไป ทั้งนี้ การส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 ขยายตัวที่ร้อยละ 18.2 หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ร้อยละ 18.5
มูลค่าการค้ารวม
มูลค่าการค้าในรูปเงินดอลลาร์สหรัฐ
เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 34,789.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 21.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 38,399.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 36.7 ดุลการค้า ขาดดุล 3,610.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 231,531.0 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 18.2 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 266,885.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัวร้อยละ 37.8 ดุลการค้า ขาดดุล 35,354.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
มูลค่าการค้าในรูปเงินบาท
เดือนกรกฎาคม 2569 การส่งออก มีมูลค่า 1,128,984 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 21.5 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 1,262,116 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 36.6 ดุลการค้า ขาดดุล 133,132 ล้านบาท ภาพรวมการส่งออก 7 เดือนแรกของปี 2569 การส่งออก มีมูลค่า 7,349,206 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 12.6 เทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน การนำเข้า มีมูลค่า 8,585,772 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 31.5 ดุลการค้า ขาดดุล 1,236,566 ล้านบาท
แนวโน้มการส่งออกช่วงที่เหลือของปี 2569
คาดว่าจะยังคงขยายตัวได้ดี จากความต้องการสินค้าที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI ที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ และผลสรุปมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ที่มีต่อไทย ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่คาดว่าจะเป็นอุปสรรคต่อการส่งออกในระยะข้างหน้า ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการเชิงรุกในหลายด้าน อาทิ ส่งเสริมการนำสินค้าผลไม้เข้าจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำของญี่ปุ่น หารือกับนายกรัฐมนตรีของจีนเพื่อเจรจาขยายตลาดสินค้าพรีเมียมและสินค้าเกษตรนวัตกรรมของไทย รวมทั้งผลักดันการขึ้นทะเบียน
สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) ของไทยในจีนภายในปีนี้ ได้แก่ ข้าวหอมมะลิทุ่งกุลาร้องไห้ มะขามหวานเพชรบูรณ์ และส้มโอทับทิมสยามปากพนัง นอกจากนี้ กระทรวงพาณิชย์กำลังเร่งเจรจาเพื่อสรุปผลความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ ให้เร็วที่สุด เพื่อลดความไม่แน่นอนที่อาจกระทบต่อผู้ส่งออก แต่ยังต้องรักษาผลประโยชน์และความสามารถในการแข่งขันของไทยในระยะยาว

...
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า
#การส่งออก
#กระทรวงพาณิชย์
ข่าวทั้งหมด