ภัยพิบัติครั้งใหญ่ในพื้นที่เทือกเขาหิมาลัย หลังเกิดน้ำป่าไหลหลากอย่างรุนแรงบริเวณชายแดนเนปาล-ทิเบตของจีน โดยกระแสน้ำเชี่ยวกรากเข้าท่วมพื้นที่อย่างรวดเร็ว ก่อนพัดบ้านเรือน รถยนต์ ถนน และสะพานได้รับความเสียหายอย่างหนัก ล่าสุดมีการยืนยันตัวเลขผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 162 ศพ สูญหายอีกว่า 570 ราย
สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ผู้เชี่ยวชาญ อ้างอิงจากภาพถ่ายดาวเทียม Planet Labs ว่า อุทกภัยฉับพลันร้ายแรงใกล้ชายแดนเนปาล-ทิเบต เมื่อวันพุธ (ตามเวลาท้องถิ่น) อาจเกิดจากการที่ส่วนล่างของธารน้ำแข็งแตก และพังถล่มลงสู่พื้นหุบเขาที่อยู่ต่ำลงไปหลายร้อยเมตร ซึ่งยังไม่แน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุให้ธารน้ำแข็งถล่ม
ภาพถ่ายดาวเทียมก่อนและหลังเหตุการณ์จาก Planet Labs แสดงให้เห็นว่าเนินเขาเขียวชอุ่มในอดีตถูกฝังอยู่ใต้เศษซากและตะกอนสีน้ำตาล โดยภาพถ่ายที่ปรากฎนั้นจะแสดงให้เห็นว่าหิมะจำนวนมากละลายไปในช่วง 24 ชั่วโมงก่อนเกิดภัยพิบัติดังกล่าว
วิกรม กุปตา ผู้เชี่ยวชาญด้านธรณีวิทยาวิศวกรรมและอาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสิกขิม ประเทศอินเดีย กล่าวว่า ได้รับการยืนยันแล้วว่าส่วนปลายของธารน้ำแข็งขนาดใหญ่ได้พังทลายลงจนเป็นจุดเริ่มต้นของเหตุการณ์น้ำป่าไหลหลากนี้ ซึ่งเมื่อมวลน้ำไหลลงสู่ที่ต่ำ จึงได้มีการดึงเอาก้อนหิน และ ตะกอนดินจำนวนมากให้พังทลายลงไปด้วยพร้อมๆ กัน
รายงานสหประชาชาติในปี 2023 ว่า ภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะของเนปาลสูญเสียน้ำแข็งไปเกือบหนึ่งในสามในช่วงเวลาเพียง 30 กว่าปี เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลก ธารน้ำแข็งในเนปาล ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างสองประเทศที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนขนาดใหญ่ คือ อินเดีย และ จีน ก้อนน้ำแข็งจึงละลายเร็วขึ้นถึง 65% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับก่อนหน้านี้
ภาพถ่ายดาวเทียมของ Planet Labs ในเช้านี้ (ตามเวลาท้องถิ่น) แสดงเห็นว่าส่วนล่างของธารน้ำแข็งแตกออกที่ระดับความสูงประมาณ 5,200 เมตร และพังถล่มลงสู่พื้นหุบเขาที่อยู่ต่ำลงไปประมาณ 1,200 เมตร ซึ่งสิ่งก่อสร้างอาจเป็นปัจจัยหนึ่งด้วยที่เร่งให้ธารน้ำแข็งละลาย
ด้านศูนย์นานาชาติเพื่อการพัฒนาภูเขาแบบบูรณาการ (International Centre for Integrated Mountain Development) ระบุว่า อุทกภัย ดินถล่ม หิมะถล่ม และ ภัยแล้ง กำลังเกิดขึ้นบ่อยขึ้นและรุนแรงขึ้นทั่วเทือกเขาหิมาลัย และการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของน้ำ ดิน และอากาศทั่วทั้งภูมิภาค ก่อให้เกิดภัยคุกคามร้ายแรงต่อมษุษย์ ซึ่งเหตุการณ์น้ำท่วมฉับพลันได้ส่งกระแสน้ำ ตะกอน และก้อนหินจำนวนมากไหลทะลักผ่านแม่น้ำโภเตโกศี และ ตรีศุลี โดยระดับน้ำในแม่น้ำบริเวณกัลชี ซึ่งอยู่ทางตอนล่างของแม่น้ำนั้นเพิ่มสูงขึ้นถึง 9 เมตร ภายในเวลาเพียงแค่ 30 นาที
ข่าวทั้งหมด