ป.ป.ช. ยกโกงสอบท้องถิ่น เป็นคดีพิเศษ จ่อเอาผิด2 อดีตอธิบดียอมรับยังสาวไม่ถึงฝ่ายการเมือง

25 สิงหาคม 2569, 20:53น.


           นายเกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. และรองโฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. เปิดเผยความคืบหน้าขบวนการทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการส่วนท้องถิ่น ประจำปี 2568 ซึ่งพบผู้กระทำความผิดตั้งแต่ระดับนายหน้าไปจนถึงข้าราชการระดับสูง



           คดีนี้เริ่มต้นจากการร้องเรียนพฤติกรรมของเจ้าหน้าที่รัฐ สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ที่ส่อทุจริตในกระบวนการประมูลงาน (e-bidding) โดยมีการล็อก สเปก (TOR) เอื้อประโยชน์ให้เอกชนบางราย และมีการเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ ซึ่งสนามสอบครั้งนี้มียอดผู้สมัครสูงถึง 438,277 คน  105 ตำแหน่ง รวม 8,548 อัตรา ปัจจุบันได้เรียกบรรจุไปแล้วกว่า 1.5 หมื่นราย



           จากการลงพื้นที่สืบสวน ป.ป.ช. พบเบาะแสเชื่อมโยงถึงเครือข่ายของ นายพิชิต ทั้งพรม  ที่ทำหน้าที่เป็นนายหน้าหาผู้สมัครที่ยอมจ่ายเงินแลกกับการสอบผ่าน โดยพบพิรุธกรณีอดีตลูกจ้างกองช่าง เทศบาลเมืองบางแม่นาง 2 ราย ที่สอบได้ลำดับที่ 1 และ 3 ในตำแหน่งวิศวกรโยธา (เขต 1) ด้วยคะแนนที่สูงผิดปกติกว่า 90 เต็ม 100 คะแนน และปัจจุบันได้รับการบรรจุเข้ารับราชการแล้ว



            เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา ป.ป.ช. นำหมายศาลบุกค้น บริษัท สามเมืองเจริญรุ่งเรืองกิจ จำกัด หลังสืบทราบว่าเป็นแหล่งแอบแก้ไขกระดาษคำตอบ โดยยึดของกลางเป็นคอมพิวเตอร์และหน่วยความจำจำนวนมาก เมื่อนำมาวิเคราะห์ร่วมกับข้อมูลดิบจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.) และกระดาษคำตอบจริงจากโรงพิมพ์ พบรายชื่อและพฤติการณ์ที่ตรงกับการทุจริตสอบสายงานผู้บริหารท้องถิ่นในปี 2564 ชี้ให้เห็นว่าเป็นขบวนการใหญ่ที่ฝังรากมานานหลายปี



           คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติรับเรื่องนี้เป็น 'คดีพิเศษ' โดยมีผู้ถูกกล่าวหาสูงถึง 6,012 ราย พร้อมจัดแบ่งกลุ่มผู้เกี่ยวข้องออกเป็น 4 กลุ่มหลัก 



           1. กลุ่มผู้ดำรงตำแหน่งระดับนโยบาย



           2. กลุ่มผู้บริหารระดับสูงและเจ้าหน้าที่รัฐ



           3. กลุ่มคณะกรรมการจัดทำระบบและประเมินผล



           4. กลุ่มนายหน้าและผู้ได้รับประโยชน์



           การตรวจสอบการทุจริตการสอบท้องถิ่นที่มีการขยายผลย้อนหลังไปถึงปี 2564 ที่เกี่ยวข้องกับเทศบาลเมืองพัทยา ป.ป.ช.พบว่า มีผู้เกี่ยวข้อง 10 คน สูงสุดเป็นระดับอธิบดี สถ.ในขณะนั้น มีพฤติกรรมกระทำความผิดแก้ไขคะแนนสอบเหมือนกับปี 2568 และเป็นกลุ่มคนเดียวกัน ขณะนี้ ป.ป.ช.ตั้งคณะกรรมการไต่สวนข้าราชการระดับอธิบดีไปแล้ว 2 คน คือนายนายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อดีตอธิบดี สถ. กับอดีตอธิบดี สถ.เมื่อปี 2564 ต้องมีการตรวจสอบและขยายผลว่ามีเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องหรือไม่ หลักฐานขณะนี้สามารถเอาผิดบุคคลได้สูงสุดอยู่ที่ระดับอธิบดี ยังไม่ถึงฝ่ายการเมือง แต่ยืนยันว่า ป.ป.ช.จะสอบไปให้ได้สุดทาง เพื่อให้ไปถึงตัวการ ซึ่งขณะนี้ได้แค่ตัวการระดับหนึ่ง แต่จะไปถึงระดับที่เป็นข่าวหรือไม่ ขอดูหลักฐานก่อน



            สำหรับกรณีที่ คณะกรรมาธิการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ (กมธ.ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร ระบุว่ามีเส้นเงิน กว่า 9,000 ล้านบาท ป.ป.ช.ยังไม่ได้ข้อมูลอย่างเป็นทางการ แต่ยืนยันว่า แม้เส้นทางการเงินไม่ถึง แต่เส้นเงินเพียงอย่างเดียวไม่สามารถบอกได้ว่าใครผิดถูก ต้องประกอบด้วยหลักฐานอย่างอื่นด้วย ส่วนเส้นทางการเงินเกี่ยวข้องกับนักการเมืองระดับสูงหรือไม่ ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้ข้อสรุป ขอให้อดใจรออีกนิด เรื่องตัดตอน ในป.ป.ช.ไม่มีแน่นอน ซึ่งกรอบระยะเวลาในการไต่สวนวางไว้ 6 เดือน และมีการประชุมกันทุกสัปดาห์ จะสามารถสรุปเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ในแต่ละกลุ่ม เพื่อนำเข้าคณะกรรมการป.ป.ช.ชุดใหญ่พิจารณา หลังจากนั้นจะเป็นกระบวนการในการตรวจสอบและชี้แจงข้อกล่าวหาต่อไป 



           ส่วนคดีนี้จะสาวถึงระดับรัฐมนตรีหรือไม่ นายเกียรติศักดิ์ยืนยันว่า กำลังรวบรวมพยานหลักฐาน ว่าจะสาวถึงใครได้บ้าง ซึ่งมีทั้งพยานคำบอกเล่า และพยานที่หนักแน่นที่ระบุถึงเส้นทางการเงิน ก็จะสามารถมั่นใจได้ในระดับหนึ่ง 



           ด้านกระบวนการพิสูจน์ทางเทคนิค ป.ป.ช. เตรียมใช้เครื่องตรวจข้อสอบคุณภาพสูงเพื่อสแกนและตรวจสอบกระดาษคำตอบกว่า 800,000 ใบซ้ำอีกครั้ง (Double Check) โดยใช้เวลาประมาณ 10 วัน หากพบการแก้ไขคะแนนหรือแทรกรายชื่อ จะคัดแยกผู้กระทำผิดเพื่อส่งให้ต้นสังกัดดำเนินการทางวินัยและเพิกถอนสิทธิ์ทันที ทั้งนี้ ป.ป.ช. จะแยกแยะอย่างเป็นธรรมระหว่างผู้กระทำผิด (จ่ายเงินซื้อข้อสอบ) และ เหยื่อ (สอบผ่านด้วยตนเองแต่คะแนนถูกกระทบ)



              นอกจากนี้ ป.ป.ช. กำลังขยายผลการไต่สวนไปยัง มหาวิทยาลัยบูรพา ในประเด็นกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และข้อกล่าวหาเรื่องการนัดพบเจรจาใน Safe House พร้อมเตรียมงัดมาตรการคุ้มครองพยาน และการกันผู้ร่วมกระทำผิดไว้เป็นพยานเพื่อสาวให้ถึงตัวการใหญ่ โดยกำหนดกรอบเวลาการไต่สวนเบื้องต้นไม่เกิน 6 เดือน และจะรายงานความคืบหน้าให้ประชาชนทราบทุกเดือน



 



#โกงสอบท้องถิ่น



 

ข่าวทั้งหมด

X