ป่วนใต้เมื่อคืนนี้ที่ปัตตานี! แม่ทัพภาคที่ 4ชี้สร้างสถานการณ์ คาดเชื่อมโยง ค้ายาเสพติด-ของเถื่อน

วันนี้, 07:20น.


          สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง หลังจากเมื่อคืนวันเสาร์ ที่ 22 สิงหาคม เกิดเหตุวางเพลิง-ระเบิด 51 แห่ง ใน 3 จังหวัด คือ นราธิวาส ยะลา และปัตตานี ล่าสุด วันที่ 23 สิงหาคม 2569 เวลา 21.10 น. เกิดเหตุวางเพลิงบริเวณโรงรถและเหตุวางระเบิดบริเวณป้อมยามสำนักงานเทศบาลตำบลพ่อมิ่ง หมู่ที่ 3 ตำบลพ่อมิ่ง อำเภอปะนาเระ จังหวัดปัตตานี เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้เข้าดำเนินการควบคุมเพลิง พร้อมเร่งตรวจสอบและดูแลความปลอดภัยในพื้นที่



           เบื้องต้นพบความเสียหายต่อรถยนต์ของเทศบาล จำนวน 3 คัน ได้แก่ รถดับเพลิง รถเก็บขยะ และรถกระบะของเทศบาล เจ้าหน้าที่ อยู่ระหว่างการตรวจสอบรายละเอียดความเสียหายเพิ่มเติม



          ก่อนหน้านี้วลา 13.30 น. พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ ณ องค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ อำเภอบาเจาะ จังหวัดนราธิวาส เพื่อตรวจสอบจุดเกิดเหตุอย่างใกล้ชิด สืบเนื่องจากเหตุการณ์เมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ที่ผ่านมา เกิดเหตุคนร้ายลอบ วางระเบิดรถยนต์กองช่างองค์การบริหารส่วนตำบลบาเจาะ



          เวลา 14.15 น.ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้ากรณีกลุ่มก่อความรุนแรงบุกเข้ายึดและลอบวางระเบิดร้านสะดวกซื้อ ในพื้นที่ตำบลบางปู อำเภอยะหริ่ง จังหวัดปัตตานี



           เวลา 15.00 น. ลงพื้นที่  เทศบาลเมืองตะลุบัน (หลังใหม่) อำเภอสายบุรี จังหวัดปัตตานี พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 เดินทางลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดเกิดเหตุ และให้กำลังใจเจ้าหน้าที่เทศบาลเมืองตะลุบัน ภายหลังเกิดเหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อคืนที่ผ่านมา



          เวลา 17.00 น. ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและติดตามสถานการณ์บริเวณจุดเกิดเหตุ กลุ่มผู้ก่อความรุนแรงลอบวางระเบิดเสาสัญญาณโทรศัพท์เคลื่อนที่ ในพื้นที่ ตำบลจะกว๊ะ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา จนได้รับความเสียหาย ส่งผลให้สัญญาณการติดต่อสื่อสารของประชาชนในพื้นที่ชะงักลง พร้อมกำชับให้กองกำลังกำลังร่วม 3 ฝ่าย (ทหาร ตำรวจ ปกครอง) เร่งสนธิกำลังกั้นพื้นที่เกิดเหตุให้มีความปลอดภัย และให้รวบรวมพยานหลักฐานและภาพจากกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อติดตามจับกุมกลุ่มผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็วที่สุด



          นอกจากนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เน้นย้ำถึงพฤติกรรมของผู้ก่อเหตุว่า การมุ่งเป้าโจมตีสาธารณูปโภคพื้นฐานอย่างเสาสัญญาณโทรศัพท์ เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน ทำให้การติดต่อสื่อสารและการทำมาหากินต้องสะดุดลง โดยได้สั่งการให้ประสานผู้ให้บริการเครือข่ายเร่งกู้คืนระบบสัญญาณเป็นการด่วน พร้อมสั่งยกระดับการรักษาความปลอดภัยระบบสาธารณูปโภคในพื้นที่เสี่ยงอย่างเข้มงวด เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ประชาชนในพื้นที่



          พลโท นรธิป กล่าวถึงสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นหลายจุดในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ช่วงคืนวันที่ 22 สิงหาคม 2569 ว่า จากรูปแบบของเหตุการณ์ในภาพรวม ประเมินเบื้องต้นว่าผู้ก่อเหตุอาจไม่ได้มุ่งหวังต่อชีวิตของประชาชนหรือเจ้าหน้าที่เป็นหลัก แต่มีลักษณะเป็นการสร้างสถานการณ์เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของภาครัฐและสร้างความหวาดระแวงในพื้นที่



          แม่ทัพภาคที่ 4 ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินมาตรการด้านความมั่นคงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการปิดล้อม ตรวจค้น และกดดันเป้าหมายในพื้นที่ทั้ง 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเหตุรุนแรง อีกประเด็นที่ถูกจับตา คือการปราบปรามเครือข่ายผิดกฎหมายตามแนวชายแดน โดยเฉพาะยาเสพติด หลังมีการเปิดปฏิบัติการ "90 วัน พิฆาตยาเสพติด” และสามารถจับกุมผู้กระทำผิด รวมถึงตรวจยึดยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก



          แม่ทัพภาคที่ 4 มองว่า การกดดันและตัดเส้นทางรายได้จากธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งยาเสพติด ของเถื่อน และการเรียกเก็บค่าคุ้มครอง อาจเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เกิดการตอบโต้เจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวยังต้องอาศัยการสืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อยืนยันความเชื่อมโยงอย่างชัดเจน พร้อมยืนยันว่า เจ้าหน้าที่จะไม่ถอยจากการปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย โดยเฉพาะขบวนการค้าผิดกฎหมายตามแนวชายแดน และเดินหน้าตัดวงจรทางการเงินและผลประโยชน์ที่อาจถูกนำไปสนับสนุนการก่อเหตุในพื้นที่



          ขณะเดียวกัน หน่วยงานด้านความมั่นคงยังคงติดตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืนที่ผ่านมาอย่างใกล้ชิด พร้อมเร่งตรวจสอบความเชื่อมโยงของแต่ละเหตุ เพื่อคลี่คลายว่าเป็นการก่อเหตุจากกลุ่มใด และมีแรงจูงใจเกี่ยวข้องกับการตอบโต้การบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ผ่านมาหรือไม่



 



#ชายแดนใต้ 



 

ข่าวทั้งหมด

X