ในการที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางเยือนนิวซีแลนด์อย่างเป็นทางการ ระหว่างวันที่ 20–22 สิงหาคม 2569
วันนี้ (21 ส.ค.69) เวลา 10.00 น. (เวลาท้องถิ่นกรุงเวลลิงตัน) ณ ทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ กรุงเวลลิงตัน ประเทศนิวซีแลนด์ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย และคณะ เดินทางถึงทำเนียบผู้สำเร็จราชการแห่งนิวซีแลนด์ เพื่อเข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการตามประเพณีเมารี สะท้อนถึงมิตรภาพที่ดำเนินมายาวนาน และในปีนี้ครบรอบ 70 ปีแห่งการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกัน
จากนั้น นายกรัฐมนตรี เข้าร่วมการหารือกับนายคริสโตเฟอร์ ลักซอน (The Right Honourable Christopher Luxon) นายกรัฐมนตรีนิวซีแลนด์ โดยมีการแลกเปลี่ยนวิสัยทัศน์เกี่ยวกับทิศทางความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในระยะต่อไป ภายหลังการยกระดับความสัมพันธ์สู่ “หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์” (Strategic Partnership) โดยมุ่งให้ความเป็นหุ้นส่วนดังกล่าวเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความร่วมมือให้มีความใกล้ชิดและเป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น
ผู้นำทั้งสอง ได้แลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของไทยและนิวซีแลนด์ในฐานะหุ้นส่วนเพื่อส่งเสริมสันติภาพ เสถียรภาพ และความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาค ตลอดจนการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจและความเชื่อมโยงระหว่างประชาชน เพื่อให้ความสัมพันธ์ไทย–นิวซีแลนด์ในบทใหม่สามารถสร้างโอกาสและประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมแก่ประชาชนของทั้งสองประเทศ โดยผู้นำทั้งสองจะร่วมหารือเต็มคณะต่อในเวลา 11.00 น.
เมื่อวานนี้ (20 ส.ค.) นายกรัฐมนตรี หารือกับผู้บริหารบริษัทชั้นนำของนิวซีแลนด์ ได้แก่ Skyline Enterprises ผู้ดำเนินธุรกิจด้านการท่องเที่ยวและแหล่งท่องเที่ยว และ T&G Global บริษัทเกษตรและผลไม้ระดับโลก เพื่อเชื่อมโยงโอกาสทางธุรกิจและผลักดันให้เกิดการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมระหว่างสองประเทศ
สำหรับการหารือกับ Skyline Enterprises นายกฯ เชิญชวนให้บริษัทพิจารณาขยายการลงทุนมายังประเทศไทย โดยไทยมีจุดแข็งทั้งความหลากหลายของแหล่งท่องเที่ยว จำนวนนักท่องเที่ยว และศักยภาพในการพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมรูปแบบใหม่ ขณะที่บริษัทแสดงความสนใจต่อโอกาสทางธุรกิจในประเทศไทย โดยมองเห็นศักยภาพของตลาดและแหล่งท่องเที่ยวไทย รวมถึงโอกาสในการเจาะตลาดนักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว
ขณะที่การหารือกับ T&G Global บริษัทแสดงความสนใจในการหาฐานกระจายสินค้าเพื่อรองรับการขยายตลาดในอาเซียนและอินเดีย โดยนายกฯ เสนอให้บริษัทพิจารณาประเทศไทยเป็นศูนย์กลางกระจายสินค้าและหุ้นส่วนด้านการเกษตร เนื่องจากไทยมีความได้เปรียบด้านที่ตั้งและระบบโลจิสติกส์ อีกทั้งเป็นผู้ผลิตสินค้าเกษตรและอาหารที่สำคัญของโลก พร้อมเสนอให้ต่อยอดความร่วมมือสนับสนุนการเปิดตลาดให้ผลไม้คุณภาพของไทย โดยเฉพาะในภูมิภาคยุโรป
ทั้งนี้ นายกฯได้มอบหมายให้ BOI ติดตามผลการหารือกับทั้งสองบริษัทอย่างต่อเนื่อง เพื่อเปลี่ยนความสนใจของภาคเอกชนให้ไปสู่โครงการลงทุนและความร่วมมือที่เป็นรูปธรรม อันจะช่วยสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจ เพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย และเสริมบทบาทประเทศไทยในฐานะศูนย์กลางธุรกิจ และการเชื่อมโยงตลาดของภูมิภาค
...
ไทยคู่ฟ้า
ข่าวทั้งหมด