นักวิชาการสิ่งแวดล้อมชี้ น้ำท่วม อ.ปัวจ.น่าน สะท้อนผลกระทบเขาหัวโล้น พื้นที่ป่าถูกทำลาย1.8ล้านไร่

วันนี้, 11:33น.


           ดร.สนธิ คชวัฒน์  นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โพสต์ข้อความ ผ่านเพจส่วนตัว Sonthi Kotchawat ตั้งคำถาม ทำไม? อ.ปัว จ.น่านฝนตกน้ำท่วมหนักเป็นประจำ โดยระบุว่า



1.อำเภอปัว จังหวัดน่าน มีพื้นที่ 410,852 ไร่ โดยมีภูมิประเทศเป็นหุบเขาและภู เขาสูงชันขนาบข้าง ตรงกลางเป็นแอ่งที่ ราบแคบ พื้นที่บนภูเขามีการปลูกพืชเชิงเดี่ยวเช่น ข้าว โพดเลี้ยงสัตว์) เป็นวงกว้างซึ่งทำให้ลดความสามารถในการอุ้มน้ำของดิน ซึ่งปัจจัยนี้เมื่อร่วมกับฝนตกหนักสะสมทำให้เกิดน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลันรุน แรงเกือบทุกปี



          ปัจจุบันพื้นที่อำเภอปัว จังหวัดน่าน มีการปลูกพืชไร่ที่เป็นพืชเชิงเดี่ยว (โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์และข้าวไร่) บนพื้นที่ภูเขาและพื้นที่ลาดชันรวมกันประมาณหลายหมื่นไร่ ซึ่งหากพิจารณาเฉพาะข้อมูลจากงานวิจัยเชิงลึกในอดีต (เช่น ลุ่มน้ำสาขายาว-อวน-มวบ ในเขตตำบลอวน อำเภอปัว)พบว่ามีพื้นที่ป่าถูกเปลี่ยนเป็นไร่ข้าวโพดไปแล้วมากกว่า 35,440 ไร่ ขณะที่ในภาพรวมทั้งจังหวัดน่านมีพื้นที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์สูงถึงเกือบ 800,000 ไร่



2.สาเหตุของน้ำท่วมเกือบทุกปี



2.1.ฝนตกหนักสะสม เมื่อเกิดร่องมรสุมพาดผ่าน ปริมาณฝนที่ตกบนเขาสูงเกินกว่าดินจะดูดซับไหว



2.2.การไหลบ่ารวดเร็ว ภูมิประเทศที่ชันและขาดพื้นที่ป่าซับน้ำ ทำให้น้ำฝนรวมตัวกันหลากลงสู่ลำน้ำสาขาและที่ราบต่ำอย่างรวดเร็ว



2.3.ข้อจำกัดการระบายน้ำ มวลน้ำมักล้นตลิ่งลำน้ำปัวและไหลต่อเนื่องไปยังอำเภอท่าวังผาและอำเภอเมืองน่าน



3.ในอดีตมีพื้นที่เพาะปลูกข้าวโพดสะสมในจังหวัดน่านสูงถึงเกือบ 8 แสนไร่ และมีเขาหัวโล้นจากการปลูกพืชเชิง เดี่ยวรวมกันถึง 1.8 ล้านไร่จากพื้นที่จ.ป่าไม้ทั้งหมดของจังหวัดน่านประมาณ 7.5 -7.6 ล้านไร่



          แม้ปัจจุบันหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จะร่วมกันใช้ศาสตร์พระราชาฟื้นฟูป่าและส่งเสริมเกษตรประณีต แต่พื้นที่ป่าดิบเขาที่เคยถูกแปรสภาพเป็นไร่ข้าว โพดบนภูเขาสูงชัน ก็ยังคงทิ้งร่องรอยความเสื่อมโทรมของหน้าดินเอาไว้เป็นวงกว้าง



 



#น้ำท่วมน่าน



#เขาหัวโล้น



#ปลูกพืชเชิงเดี่ยว



 

ข่าวทั้งหมด

X