รองศาสตราจารย์ ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยว่า ผลสำรวจทัศนคติและพฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชนในช่วงวันแม่ ปี 2569 คาดว่าจะมีเงินสะพัดรวม 11,139 ล้านบาท นับเป็นมูลค่าสูงสุดในรอบ 7 ปี อย่างไรก็ตาม การเติบโตยังอยู่ในระดับต่ำ เนื่องจากผู้บริโภคยังคงระมัดระวังการใช้จ่าย และเลือกใช้เงินกับกิจกรรมที่จำเป็นมากขึ้น
ด้านอาจารย์อุมากมล สุนทรสุรัติ ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย กล่าวว่า ผลสำรวจพฤติกรรมการซื้อของขวัญวันแม่ พบว่า 40.9% ของประชาชนระบุว่าจะไม่ซื้อของขวัญให้แม่ ขณะที่ 20.7% เลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ 20.0% ซื้อทั้งออนไลน์และออฟไลน์ และ 18.4% ซื้อจากร้านค้าออฟไลน์
ปัจจัยสำคัญในการตัดสินใจเลือกซื้อสินค้า ได้แก่ โปรโมชั่น เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาคือ คุณภาพสินค้า ราคา และความน่าเชื่อถือของร้านค้า ส่วนของขวัญยอดนิยมที่มอบให้คุณแม่ ได้แก่ พวงมาลัยและดอกไม้ รองลงมาคือ ผลิตภัณฑ์บำรุงร่างกาย วิตามินและยา เครื่องนุ่งห่มและรองเท้า สลากกินแบ่งรัฐบาล รวมถึงเงินสดและทองคำ
สำหรับกิจกรรมที่ประชาชนวางแผนทำร่วมกับคุณแม่ในวันแม่ พบว่า 52.1% ตั้งใจพาแม่ไปรับประทานอาหาร โดยใช้จ่ายเฉลี่ย 2,374 บาท เพิ่มขึ้น 0.5% รองลงมา 36.6% วางแผนพาแม่ไปทำบุญ ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,315 บาท เพิ่มขึ้น 1.9% ขณะที่ 33.1% จะพาแม่ไปทำกิจกรรมนอกบ้าน ใช้จ่ายเฉลี่ย 1,669 บาท เพิ่มขึ้น 1.6% และ 17.5% เลือกใช้เวลาร่วมกันที่บ้าน ใช้จ่ายเฉลี่ย 294 บาท ลดลง 1.3%
การสำรวจในครั้งนี้ยังได้สอบถามทัศนคติของประชาชนต่อปัญหาโครงสร้างประชากรไทยเป็นครั้งแรก โดยผลสำรวจพบว่า ประชาชนเพียง 41.5% ทราบว่าปัจจุบันประชากรไทยลดลงอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562 จนถึงปัจจุบัน เหลือเพียง 65.8 ล้านคน หรือหายไปแล้วประมาณ 750,000 คน ขณะที่อีก 58.5% ยังไม่ทราบข้อมูลดังกล่าว และผลสำรวจยังชี้ว่า คนรุ่นใหม่มีแนวโน้มไม่ต้องการมีบุตรในสัดส่วนที่สูง โดย Gen Y ระบุว่าไม่ต้องการมีบุตร (อีก) สูงถึง 53.2% และ Gen Z อยู่ที่ 26.5%
สาเหตุสำคัญที่ทำให้ยังไม่ตัดสินใจมีบุตร ได้แก่ ภาระค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูบุตรที่สูงเกินรับไหว และความกังวลต่อสภาพเศรษฐกิจและสังคมในอนาคต ทั้งนี้ กลุ่มที่ยังไม่แน่ใจระบุว่า ปัจจัยที่จะช่วยเปลี่ยนใจให้ต้องการมีบุตรมากที่สุด คือความมั่นคงทางอาชีพและรายได้ที่มากขึ้น (25.4%) รองลงมาคือเงินอุดหนุนจากภาครัฐ (23.4%) สะท้อนว่ามาตรการทางภาษีเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อการจูงใจให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง
#มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย
#วันแม่ปี69
#สำรวจประชากรไทย
Cr:UTCC Today
ข่าวทั้งหมด