ธปท.ชี้ เศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุด ไตรมาส 2 ปัจจัยสงครามตะวันออกกลาง

วันนี้, 16:53น.


         ภาพรวมเศรษฐกิจไทยในไตรมาส 2 ปี 2569 น.ส.ชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายองค์กรสัมพันธ์ และโฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจไทยมีทิศทางชะลอลงจากไตรมาสก่อน จากผลกระทบของราคาพลังงานที่สูงขึ้น และข้อจำกัดด้านการเดินทางจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเชื่อว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 2 เป็นจุดที่ต่ำสุดแล้วของปีนี้



          อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจยังได้รับแรงสนับสนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก รวมทั้งผลของมาตรการรัฐ ที่ช่วยลดทอนผลกระทบได้บางส่วน พร้อมมองว่า แนวโน้มไตรมาส 3 ปีนี้ เศรษฐกิจไทยจะเริ่มเข้าสู่ภาวะที่ผ่อนคลายมากขึ้น และดีกว่าเมื่อเทียบกับช่วงไตรมาส 2 ที่เป็นจุดต่ำสุดของปีนี้



          ด้านการบริโภคภาคเอกชนปรับลดลง โดยหลักจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น แม้ได้รับการสนับสนุนบางส่วนจากมาตรการภาครัฐที่เริ่มในเดือนมิถุนายน โดยการใช้จ่ายลดลงในเกือบทุกหมวด โดยเฉพาะหมวดโรงแรม และร้านอาหาร ขณะที่หมวดอุปโภคบริโภคและปริมาณการใช้น้ำมันเชื้อเพลิงลดลง หลังการเร่งซื้อไปในไตรมาสก่อน และยอดจำหน่ายรถยนต์ไฟฟ้าปรับลดลงเล็กน้อย หลังสิ้นสุดมาตรการ EV 3.0



          ด้านการผลิตภาคอุตสาหกรรม ปรับลดลงจากการผลิตปิโตรเลียมที่ได้รับผลจากการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางส่วน การผลิตเคมีภัณฑ์ที่ชะลอลง ตามอุปสงค์หลังต้นทุนวัตถุดิบปรับสูงขึ้น ประกอบกับการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ลดลง ตามอุปสงค์ต่างประเทศ อย่างไรก็ดี การส่งออกสินค้าและการลงทุนภาคเอกชนปรับดีขึ้นต่อเนื่อง จากสินค้ากลุ่มเทคโนโลยี สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โล กและความต้องการลงทุนด้านศูนย์ข้อมูล (data center)



          ด้านการนำเข้า เพิ่มขึ้นมากจากหมวดเชื้อเพลิง โดยเฉพาะการนำเข้าน้ำมันดิบเพื่อสำรองใช้ในประเทศ รวมถึงหมวดวัตถุดิบโดยเฉพาะหมวดชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ และเครื่องใช้ไฟฟ้า สอดคล้องกับการส่งออกสินค้าเทคโนโลยีที่เพิ่มขึ้น สำหรับการใช้จ่ายภาครัฐขยายตัวจากระยะเดียวกันปีก่อน จากทั้งรายจ่ายประจำ และรายจ่ายลงทุนของรัฐบาลกลาง เสถียรภาพเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปเพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อน ตามหมวดพลังงานจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่สูงขึ้น ขณะที่อัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน เพิ่มขึ้นจากหมวดอาหารสำเร็จรูปเป็นสำคัญ ตามการส่งผ่านต้นทุนของผู้ประกอบการ ด้านดุลบัญชีเดินสะพัด ขาดดุลจากดุลการค้าตามมูลค่าการนำเข้าพลังงานเป็นสำคัญ และดุลบริการ รายได้และเงินโอน ตามรอบการส่งกลับกำไรและเงินปันผลในเดือนพฤษภาคม



          สำหรับตลาดแรงงานโดยรวมปรับดีขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อน แต่ยังต้องติดตามการจ้างงานในภาคการผลิตที่ชะลอตัวจากผลของการแข่งขันที่อยู่ในระดับสูง และต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น



          โฆษก ธปท. กล่าวว่า ยังมีปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามในระยะถัดไป ได้แก่ 1. พัฒนาการของสงคราม และนโยบายการค้าสหรัฐฯ 2. การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว 3. ผลกระทบจากค่าครองชีพและต้นทุนที่สูงต่อครัวเรือนและธุรกิจ 4. ผลของมาตรการรัฐ และ 5. พัฒนาการของสถานการณ์เอลนีโญ



 



#เศรษฐกิจไทย



 

ข่าวทั้งหมด

X