แผ่นดินไหวขนาดแมกนิจูด 7.1 เมื่อบ่ายวันนี้ (28 ก.ค. 2569) ที่จังหวัดคุมาโมโตะ ประเทศญี่ปุ่น มีจุดศูนย์กลางที่เมืองฮิกาวะ โดยรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนได้ถึงจังหวัดคาโกชิมะ ฟูกูโอกะ ซากะ นางาซากิ มิยาซากิ โออิตะ และยามากูจิ นั้น
ล่าสุด สำนักข่าวเกียวโด รายงานอ้างว่า ทางการท้องถิ่นยืนยันเมื่อวันพุธว่า มีผู้หญิงเสียชีวิต 2 ราย และพบผู้หญิงอีก 1 รายอยู่ในสภาพหมดสติ สาเหตุของการระเบิดน่าจะเกิดจากก๊าซรั่วไหล หลังจากเกิดแผ่นดินไหวในจังหวัดคุมาโมโตะเมื่อเวลาประมาณ 16.27 น. ของวันอังคาร ขณะที่มีผู้สูญหาย 10 รายในพื้นที่เกิดเหตุ
กองกำลังป้องกันตนเอง (SDF) ได้เข้าปฏิบัติการกู้ภัยที่ห้างสรรพสินค้าอิออนมอลล์ คุมาโมโตะ (Aeon Mall Kumamoto) ในเมืองคาชิมะ โดยนายชินจิโร โคอิซูมิ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมระบุว่า มีกำลังพล SDF ประมาณ 3,600 นายถูกระดมกำลังเข้าสู่พื้นที่ประสบภัย
บริษัท อิออน จำกัด (Aeon Co.) ซึ่งเป็นผู้บริหารห้างสรรพสินค้า ระบุว่าเหตุระเบิดเกิดขึ้นหลังจากที่มีการอพยพพนักงานและลูกค้าออกจากห้างแล้ว สืบเนื่องจากเหตุแผ่นดินไหวรุนแรง
ตำรวจจังหวัดระบุว่ามีผู้คนประมาณ 200 คนสามารถออกมาได้ก่อนที่จะเกิดการระเบิดขึ้น อย่างไรก็ตาม สำนักงานจัดการอัคคีภัยและภัยพิบัติเกรงว่าอาจมีผู้คนอีกจำนวนมากติดอยู่ภายในอาคารหลังจากที่ชั้นสองพังถล่มลงมา
มีรายงานว่าผู้ที่ติดต่อกับพนักงานซึ่งติดอยู่ภายในอาคารได้รับแจ้งว่ามีผู้คนจำนวนหนึ่งกำลังรอการช่วยเหลืออยู่ ล่าสุด NHK รายงานพบผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 13 ราย (ข้อมูล ณ เวลา 08.30 น.)
โฆษกของอิออนประจำสำนักงานใหญ่ในจังหวัดชิบะ ทางตะวันออกของกรุงโตเกียว กล่าวว่าผู้รับผิดชอบได้รายงานว่าทุกคนอพยพออกมาหมดแล้วโดยอ้างอิงจากการตรวจสอบด้วยสายตา แต่หลังจากนั้นกว่า 30 นาที จึงมีข่าวเรื่องการระเบิดตามมา เพดานและผนังของห้างอิออนมอลล์ คุมาโมโตะ พังถล่มลงมาจนเผยให้เห็นโครงสร้างเหล็กของอาคาร ในขณะที่เศษซากปรักหักพังกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณห้าง
นายกรัฐมนตรีซานาเอะ ทาคาอิจิ แห่งญี่ปุ่น กล่าวเตือนให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังและเตรียมความพร้อมที่จะเกิดแผ่นดินไหวขนาดใกล้เคียงกันอีกครั้ง รวมถึงให้อพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย
ผู้เชี่ยวชาญด้านการป้องกันอัคคีภัยจากมหาวิทยาลัยโตเกียว วิเคราะห์ว่า จากลักษะความเสียหายเป็นผลกระทบจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหวทำให้ก๊าซรั่ว และทำให้เกิดการระเบิด อาคารชั้น 2 ของห้างสรรพสินค้าพังถล่มลงมา ซึ่งเป็นภัยพิบัติซ้ำซ้อน
สถานีโทรทัศน์ NHK รายงานว่า โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่รับผู้บาดเจ็บมากกว่า 50 ราย และยังมีผู้บาดเจ็บอีกหลายคนจากเหตุการณ์รถไฟความเร็วสูงตกรางเนื่องจากแรงสั่นสะเทือน
ในช่วงแรกที่เกิดเหตุแผ่นดินไหว มีการออกประกาศเตือนภัยสึนามิแต่ต่อมาได้ยกเลิกไป และหน่วยงานกำกับดูแลด้านนิวเคลียร์ของญี่ปุ่นระบุว่าไม่พบความผิดปกติใดๆ ที่โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ 3 แห่งในบริเวณใกล้เคียง
หน่วยงานจัดการภัยพิบัติ ออกคำสั่งให้ประชาชนประมาณ 300,000 คนอพยพไปยังศูนย์พักพิง ขณะที่นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ให้เจ้าหน้าที่ทหาร 3,600 นายไปช่วยเหลือในการฟื้นฟูหลังภัยพิบัติ เนื่องจากยังคงมีแผ่นดินไหวตามมาอย่างต่อเนื่อง
รถไฟความเร็วสูงชินคันเซ็นและรถไฟท้องถิ่นในคิวชูถูกระงับการให้บริการเพื่อตรวจสอบความปลอดภัย ขณะที่รันเวย์ของสนามบินอาโซะคุมาโมโตะถูกปิดชั่วคราว
ญี่ปุ่นเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงต่อแผ่นดินไหวสูงที่สุดในโลก โดยมีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นอย่างน้อยทุกๆ 5 นาที เนื่องจากตั้งอยู่ตามแนววงแหวนแห่งไฟ ซึ่งประกอบด้วยภูเขาไฟและร่องลึกในมหาสมุทรที่ล้อมรอบแอ่งแปซิฟิกบางส่วน ญี่ปุ่นจึงเป็นแหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวที่มีขนาดความรุนแรง 6 แมกนิจูดขึ้นไป คิดเป็นประมาณร้อยละ 20 ของแผ่นดินไหวทั่วโลก
ในส่วนของคนไทย น.ส.ใจไทย อุปการนิติเกษตร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ เปิดเผยว่าได้รับแจ้งจากสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะว่า ในบริเวณดังกล่าวเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และกระทบต่อการให้บริการและโครงสร้างพื้นฐาน เช่น ระบบขนส่งสาธารณะ รถไฟ และรถไฟความเร็วสูง หยุดให้บริการในหลายเส้นทาง รวมถึงสนามบินของจังหวัดคุมาโมโตะที่หยุดให้บริการในขณะนี้ ตลอดจนการให้บริการไฟฟ้า ประปาในหลายพื้นที่
ทั้งนี้ มีคนไทยพำนักอยู่ในจังหวัดคุมาโมโตะจำนวนประมาณ 455 คน ซึ่งสถานกงสุลใหญ่ฯ ได้ติดต่อชุมชนไทยแล้ว ทราบว่าปลอดภัยดี แต่อาจได้รับผลกระทบจากการหยุดจ่ายไฟฟ้า น้ำประปา แก๊ส เป็นการชั่วคราวเพื่อความปลอดภัย รวมถึงบางรายได้อพยพไปอยู่ในศูนย์พักพิงตามคำแนะนำของทางการท้องถิ่น โดยไม่มีรายงานว่าคนไทยที่อยู่ในจังหวัดอื่นๆ ที่รู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือน ได้รับผลกระทบที่รุนแรง
สำหรับคนไทยที่ต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อสถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟูกูโอกะ ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 090-2585-3027
#แผ่นดินไหวญี่ปุ่น
ข่าวทั้งหมด