นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม(คชส.) เห็นชอบให้มีการปรับเงื่อนไขในการคัดกรองสิทธิผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ไม่ใช่การเปลี่ยน หรือยกเลิกเกณฑ์แต่อย่างใด แต่เพื่อให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงและตรงกับความเดือดร้อนของประชาชนมากที่สุด
โดยกระบวนการพิจารณาทบทวนสิทธิหลังจากมีการปรับเงื่อนไขครั้งนี้ ฝ่ายปกครองของกระทรวงมหาดไทย จะเป็นผู้ลงไปดำเนินการ ผ่านการประสานข้อมูลกับทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดังนั้นประชาชนที่ต้องการขอทบทวนสิทธิ ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาชี้แจงข้อมูล
สำหรับการปรับเงื่อนไขในการคัดกรองสิทธิ ประกอบด้วย 3 ประเด็นสำคัญ ได้แก่
1. ประเด็นเกณฑ์คัดกรองเรื่องรถ ทั้งรถยนต์ และรถจักรยนต์ จะมีการปรับเพิ่มเงื่อนไขว่าหากผู้ขอทบทวนสิทธิแจ้งยืนยันว่ารถที่ครอบครองอยู่มีการโอนลอยไปแล้ว สิ้นภาพไปแล้ว หรือถูกสวมสิทธิ จะดำเนินการคืนสิทธิให้กลุ่มนี้ เนื่องจากมองว่าทั้ง 3 กรณี เป็นเรื่องที่ไม่สามารถทราบได้ก่อนที่จะมีการประมวลผล หรือดำเนินการคัดกรอง และจะระบุเพิ่มว่า หากเป็นรถที่มีอายุตั้งแต่ 15-20 ปีขึ้นไป (รถยนต์ 20 ปีขึ้นไป หรือ รถจักรยานยนต์ 15 ปีขึ้นไป) ก็จะมีการยกเว้นให้ โดยกรมการขนส่งทางบก จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือในการปรับทะเบียนให้ถูกต้อง
2.ข้อกังวลกรณีการเป็นนักเรียนนักศึกษา ของกรมส่งเสริมการเรียนรู้ (สกร.) หรืออาชีวนอกระบบนั้น ที่ประชุมคณะกรรมการฯ พิจารณาแล้วว่า จะยกเว้นให้กลุ่มนี้ให้ได้รับสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐด้วยเช่นกัน แต่จะต้องพิจารณาตามเกณฑ์อื่นด้วย เช่น เกณฑ์รายได้ที่ต้องไม่เกิน 1 แสนบาท หากเกินที่กำหนดไว้ ก็จะต้องถูกตัดสิทธิ
3.กรณีมีการตรวจสอบแล้วพบว่ามีชื่อเป็นกรรมการ หรือหุ้นส่วน ในบริษัทที่มีการจัดตั้งตามหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเรื่องต่าง ๆ ของชุมชน ทั้งวิสาหกิจชุมชน บริษัทประชารัฐรักสามัคคี หรือวิสาหกิจเพื่อสังคม จะมีการพิจารณาคืนสิทธิให้ หลังจากตรวจสอบข้อมูลกับหน่วยงานต้นสังกัดเรียบร้อยแล้ว เพราะถือว่าเป็นตัวแทนชุมชนที่อาจมีสถานะไม่ได้ร่ำรวยมาก แต่ไปทำประโยชน์เพื่อสังคม และชุมชน
อีกประเด็นที่ต้องมีการพิจารณาทบทวนสิทธิคืนให้ คือ กรณีมีบัญชีซื้อ-ขายหลักทรัพย์ ซึ่งอาจจะเปิดไว้โดยไม่ได้มีการซื้อขายเป็นเวลานาน หรืออาจจะเปิดจากการได้รับคำแนะนำ แต่ไม่ได้มีความสนใจจะซื้อขาย หรือบัญชีหลักทรัพย์มีการซื้อขายแต่มีมูลค่าไม่มาก ในส่วนนี้จะมีการพิจารณายกเว้นให้เช่นเดียวกัน โดยจะเร่งสรุปรายละเอียด และนำเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาการปรับเงื่อนไขดังกล่าว ในวันที่ 27 ก.ค.นี้
นอกจากนี้ คณะกรรมการประชารัฐสวัสดิการเพื่อเศรษฐกิจฐานรากและสังคม เห็นชอบขยายระยะเวลาโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ สำหรับผู้ถือบัตรรายเดิม จำนวน 13.18 ล้านราย สำหรับกลุ่มที่ไม่มาลงทะเบียน หรือลงทะเบียนแล้วไม่ผ่านเกณฑ์ ให้สามารถใช้สิทธิได้อีก2เดือนจนถึงเดือน ก.ย. 69 จากเดิมที่มีแนวทางให้ไปใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส 60/40 เนื่องจาก ที่ประชุมฯ จะยุติแนวทางดำเนินการเรื่องการโยกไปใช้สิทธิในโครงการไทยช่วยไทย พลัส ส่วนเม็ดเงินที่จะนำมาใช้หลังจากขยายเวลาใช้สิทธิรายเดิมออกไปอีก 2 เดือน ไม่มีความน่ากังวลอะไร เพราะตรงนี้ ก็ใช้งบเดิมที่ได้มีการขอไว้อยู่แล้ว
ที่ประมฯ ยังได้ขยายระยะเวลาการยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิไปจนถึงวันที่ 31 ส.ค. 69 จากเดิมที่สิ้นสุดในวันที่ 31 ก.ค. นี้ โดยเป็นการขยายเวลาเพิ่มอีก 1 เดือน โดยผู้ที่ต้องการยื่นอุทธรณ์ทบทวนสิทธิ สามารถส่งเอกสารหลักฐานต่าง ๆ ได้จนถึงวันที่ 20 ก.ย.นี้ และจะประกาศผลการคัดกรองตามเงื่อนไขใหม่ในวันที่ 30 ก.ย. 69 โดยยืนยันว่า ผู้ได้รับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ จะสามารถใช้สิทธิพร้อมกันได้ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 69 เป็นต้นไป
#บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
#บัตรคนจน
#ปรับเงื่อนไข
Cr:กระทรวงการคลัง
ข่าวทั้งหมด