การแข่งขันฟุตบอลโลก 2026 รอบชิงชนะเลิศ ทีมชาติสเปน ผงาดขึ้นครองบัลลังก์แชมป์ฟุตบอลโลก 2026 ได้สำเร็จ หลังเฉือนเอาชนะทีมชาติอาร์เจนตินา แชมป์เก่า 1-0 ในช่วงต่อเวลา
สถานการณ์ของอาร์เจนตินายิ่งเลวร้ายในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ เมื่อ เอ็นโซ่ เฟร์นานเดซ ถูกผู้ตัดสินแจกใบเหลืองที่สองเป็นใบแดง ไล่ออกจากสนาม ทำให้ทีมต้องเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ก่อนจบเวลาปกติด้วยสกอร์ 0-0
เกมมาถึงจุดเปลี่ยนในนาทีที่ 106 ของช่วงต่อเวลาพิเศษ เมื่อ นิโก้ วิลเลียมส์ ตัวสำรอง โหม่งชงย้อนกลับมาให้ เฟร์ราน ตอร์เรส วิ่งเข้าซัดเต็มข้อ บอลพุ่งเสียบตาข่ายเป็นประตูชัยให้สเปนขึ้นนำ 1-0
หลังได้ประตู สเปนอาศัยการครองบอลและเกมรับอันเหนียวแน่นรักษาสกอร์ไว้ได้จนสิ้นเสียงนกหวีด คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 2 ในประวัติศาสตร์ และเป็นการกลับมาครองถ้วยแชมป์โลกอีกครั้งในรอบ 16 ปี นับจากความสำเร็จเมื่อปี 2010
ขณะที่ ลิโอเนล เมสซี และทีมชาติอาร์เจนตินา พลาดโอกาสป้องกันแชมป์โลกอย่างน่าเสียดาย จบการแข่งขันในฐานะรองแชมป์ฟุตบอลโลก 2026
การคว้าแชมป์ฟุตบอลโลกปี 2026 สะท้อนความสำเร็จของสเปนในการปั้นเตะรุ่นใหม่ ภายในเวลาเพียงสี่ปี นักเตะรุ่นของ อิเกร์ กาซิยาส, ชาบี เอร์นานเดซ, อันเดรส อิเนียสตา, เซร์คิโอ รามอส และ ดาวิด บียา นำทีมคว้าแชมป์ยูโร 2008, ฟุตบอลโลก 2010 และยูโร 2012 ได้สำเร็จติดต่อกัน
สเปนเป็นทีมเดียวที่สามารถป้องกันแชมป์ยูโรได้สำเร็จ โดยคว้าแชมป์ติดต่อกันในปี 2008 และ 2012
นักเตะรุ่นปัจจุบันสานต่อความสำเร็จนี้ด้วยการคว้าแชมป์ยูโร 2024 และฟุตบอลโลก 2026 สองแชมป์รายการใหญ่ติดต่อกันทำให้ทีมชาติสเปนกลับมาครองจุดสูงสุดของวงการฟุตบอลโลกอีกครั้ง
#ฟุตบอลโลก2026
ข่าวทั้งหมด