ตร.ปูพรม กวาดล้าง นอมินี ชลบุรี ออกหมายจับ ชาวรัสเซีย ทำหมู่บ้านจัดสรรขายผ่านออนไลน์

วันนี้, 11:44น.


          การกวาดล้างขบวนการ “นอมินี” (Nominee) หรือการใช้ชื่อบุคคลสัญชาติไทยถือหุ้นแทนชาวต่างชาติ ตลอดจน แผนปฏิบัติการด้านการป้องกันและแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ วันนี้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ท.ฉัตรชัย สุรเชษฐพงษ์ ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.ฐิตวัฒน์ สุริยฉาย รอง ผบช.ภ.2, พล.ต.ต.พิทักษ์ อุทัยธรรม รอง ผบช.ประจำ สง.ผบ.ตร., พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3, พร้อมด้วยกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยต่างๆ เปิดปฏิบัติการ “ทลาย เครือข่ายนอมินีต่างด้าว เฟส 4” ในพื้นที่ จว.ชลบุรี จากการตรวจสอบพบว่าจังหวัดชลบุรีมีนิติบุคคลจดทะเบียนทั้งสิ้น 76,343 ราย ในจำนวนนี้เป็นนิติบุคคลที่มี ผู้ถือหุ้นต่างด้าว 28,463 ราย และจากการตรวจสอบของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า พบว่านิติบุคคลที่อาจมีลักษณะเข้าข่ายการ ถือหุ้นแทน หรือที่เรียกว่า “นอมินี” จำนวน 14,264 ราย



       ต่อมาตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีได้สืบสวนเพิ่มเติม พบพฤติการณ์การส่งข้อมูลภายในระหว่างกลุ่มคนต่างด้าว และ พบการประกาศขายหรือให้เช่าบ้านพร้อมที่ดิน โดยนายหน้าชาวรัสเซีย ผ่านเว็บไซต์ที่จดทะเบียนในประเทศรัสเซีย อีกทั้ง มีการเรียกหมู่บ้านแห่งหนึ่งในจังหวัดชลบุรีเป็นภาษารัสเซีย ในลักษณะที่สื่อว่าเป็น “หมู่บ้านของชาวรัสเซีย” อย่างชัดเจน เมื่อตรวจสอบข้อมูลทางทะเบียน พบว่ามีกลุ่มคนต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย ร่วมกับบุคคลสัญชาติไทยบางราย และผู้ได้ รับใบอนุญาตผู้ทำบัญชี จัดตั้งนิติบุคคลเพื่อถือครองบ้านเดี่ยวในโครงการ “ส. พัทยา” รวม 6 โครงการ มีบ้านเดี่ยวรวม ประมาณ 775 หลัง มูลค่ารวมกว่า 5,000 ล้านบาท โดยมีนิติบุคคลถือครองจำนวน 495 บริษัท เป็นนิติบุคคลที่มีคน ต่างด้าวเป็นผู้ถือหุ้น จำนวน 435 บริษัท จากการตรวจสอบเชิงลึก พบว่ามีนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์ใช้คนไทยถือหุ้นแทน ซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นนอมินี จำนวน 19 บริษัท และเป็นนิติบุคคลที่มีคนต่างด้าวถือหุ้นเกินกว่าร้อยละ 50 แล้วถือครองที่ดิน จำนวน 14 บริษัท รวมกลุ่มเป้าหมายทั้งสิ้น 33 บริษัท



          จากพยานหลักฐานดังกล่าว ตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีจึงได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน สถานี ตำรวจภูธรห้วยใหญ่ จังหวัดชลบุรี เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มบุคคลต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย และผู้เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะกลุ่มของ MR. I ซึ่งมีพฤติการณ์จัดตั้งบริษัทเพื่อถือครองบ้านและนำไปขายต่อเพื่อแสวงหากำไรผ่านช่องทางออนไลน์ และ กลุ่มครอบครัว B ซึ่งมีพฤติการณ์จัดตั้งบริษัทเพื่อถือครองบ้านและนำไปปล่อยเช่า พฤติการณ์ดังกล่าวอาจเข้าข่ายความผิด ตามกฎหมายหลายฉบับ ได้แก่ พระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มาตรา 36, 37, พระราช กำหนดการบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2560 มาตรา 8, ประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 97, 111, 112 และ 113 รวมถึงความผิดอื่นที่เกี่ยวข้อง



          จากการรวบรวมพยานหลักฐาน พนักงานสอบสวนได้ยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดพัทยา เพื่อขอออกหมายจับบุคคลต่างด้าวสัญชาติรัสเซีย จำนวน 4 ราย และขอออกหมายค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้อง จำนวน 41 หมาย ผลการปฏิบัติในวันนี้ เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับได้ครบถ้วนทุกราย พร้อมทั้งได้ตรวจค้น สถานที่เป้าหมายเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน โดยตรวจยึดเอกสารการจดทะเบียนบริษัท เอกสารทางบัญชี คอมพิวเตอร์ โทรศัพท์มือถือ และข้อมูลทางอิเล็กทรอนิกส์จำนวนมาก เพื่อนำไปตรวจสอบและขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศต่อไป



 



#จับนอมินี



 

ข่าวทั้งหมด

X