ที่กองบังคับการปราบปราม กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ติดตามความคืบหน้ากรณีการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ปี 2568 โดยมี พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (ผบช.ก.) ร่วมประชุมด้วย
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ขอบคุณทุกหน่วยงาน ที่ร่วมกันคลี่คลาย หากไม่ได้รับความร่วมมือจากทุกหน่วยงาน จะทำให้เกิดความเคลือบแคลงใจของประชาชน และกระทบต่อความเชื่อมั่นในคดีนี้ เจ้าหน้าที่ทำให้ข้อเท็จจริงเริ่มกระจ่าง เห็นเครือข่ายว่าหลายคนที่มีส่วนร่วมในขบวนการนี้ ยังเกี่ยวข้องกับการทุจริตในลักษณะอื่นด้วย แสดงให้เห็นว่าเป็นเครือข่ายที่เชื่อมโยงกัน
ขอให้มั่นใจว่าจะไม่มีการบิดเบือนคดี ทุกอย่างต้องเป็นไปตามข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานที่มี รวมถึงหลักฐานที่กำลังรวบรวมเพิ่มเติม เพราะทุกอย่างต้องผ่านการตรวจสอบและเปรียบเทียบอย่างรอบคอบ เพื่อให้ประชาชนเกิดความเชื่อมั่น คดีนี้ไม่มีการผ่อนปรน ทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด และไม่มีใครต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวผู้ใดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถชี้ว่าใครผิดหรือถูก เพราะต้องรอผลการสอบสวนและพยานหลักฐานให้ครบถ้วนก่อน
ล่าสุดได้รับรายงานจากปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น (กสถ.) เมื่อช่วงเช้า ได้รับทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับความผิดปกติ และจะนำเรื่องเข้าสู่การประชุมคณะกรรมการกลางข้าราชการและพนักงานส่วนท้องถิ่น (ก.กลาง) ในวันที่ 23 กรกฎาคมนี้ ซึ่งตนเป็นประธาน หากสั่งการได้โดยลำพัง ก็คงสั่งไปแล้วตั้งแต่แรก และการบรรจุครั้งนี้ก็คงไม่เกิดขึ้น แต่กฎหมายกำหนดให้ต้องผ่านมติของ ก.กลาง ซึ่งเห็นว่าเป็นระบบที่ดี อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ทราบเรื่อง ได้ให้แนวทางว่าให้ชะลอการเรียกรายงานตัวไว้ก่อน หาก กสถ. มีมติว่าพบการกระทำผิดกฎหมายหรือมีการบิดเบือนผลสอบ ก็ต้องเสนอเรื่องให้ ก.กลาง พิจารณา
ได้ถามผู้เกี่ยวข้องแล้วว่าใครจะรับผิดชอบ เพราะตนสั่งให้ชะลอการบรรจุแล้ว แม้กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) จะออกหนังสือให้ชะลอการบรรจุ แต่ก็ยังมีการบรรจุต่อไป ซึ่งประเด็นนี้จะอยู่ในกระบวนการสอบสวนของพนักงานสอบสวน ส่วน ก.กลาง จะเป็นผู้พิจารณาว่าจะดำเนินการอย่างไร ส่วนตัวมีความเห็นให้ยกเลิก แต่หากกรรมการส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นตัวแทนจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เห็นว่ายังควรเดินหน้าต่อ ก็ต้องใช้วิธีลงมติ
ถ้าพิสูจน์ได้ว่ามีการทุจริต จะมีการขึ้นบัญชีดำห้ามสอบอีกหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องนี้จะกำหนดไว้ในทีโออาร์ต่อไป อย่างน้อยผู้ที่มีรายชื่ออยู่ในกลุ่มที่คะแนนในกระดาษคำตอบไม่ตรงกับผลประกาศสอบ ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสอบสวน หากพบว่ากระทำผิด ก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย
หากมีการเพิกถอนการบรรจุกว่า 5,000 ตำแหน่ง จะเลื่อนบัญชีสำรองหรือจัดสอบใหม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องรอให้ กสถ. และ ก.กลาง พิจารณาว่าจะยกเลิกการสอบหรือเพิกถอนผลสอบหรือไม่ เพราะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยไม่มีอำนาจดำเนินการเพียงลำพัง ต้องรอการประชุม ก.กลาง ในวันที่ 23 กรกฎาคม โดยปกติจะมอบหมายให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยกำกับดูแลกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น แต่เมื่อเกิดกรณีนี้ขึ้น เห็นว่าจำเป็นต้องเข้าทำหน้าที่ประธานการประชุมด้วยตนเอง
ส่วนจะต้องปรับโครงสร้างคณะกรรมการเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำหรือไม่ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ต้องศึกษา เพราะเป็นกฎหมายลำดับรองที่ออกตามพระราชบัญญัติกำหนดแผนและขั้นตอนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2542 แต่เมื่อเกิดการทุจริตในระดับนี้ กระทรวงมหาดไทยก็มีเหตุผลเพียงพอที่จะพิจารณาแก้ไขและปรับปรุงกฎหมายให้รัดกุมมากขึ้น
คดีนี้จะมีการแถลงความคืบหน้าอีกหลายครั้ง เพราะเชื่อว่าไม่ได้มีเพียงผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมหรือผู้ถูกกล่าวหาในขณะนี้เท่านั้น แต่จะมีการขยายผลต่อไป เชื่อมั่นในศักยภาพของเจ้าหน้าที่ว่าจะไม่ปล่อยให้ผู้ร่วมกระทำผิดลอยนวล และเมื่อมีผู้ถูกดำเนินคดีมากขึ้น ก็ย่อมมีการซัดทอดผู้เกี่ยวข้องรายอื่น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ หากมีใครที่ทำตัวเป็นฮีโร่ แต่แท้จริงมีส่วนเกี่ยวข้อง ก็จะถูกขยายผลเช่นกัน
คดีนี้ถูกเปิดโปงเมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 หลังเจ้าหน้าที่ ป.ป.ช. ร่วมกับ บก.ปปป. เข้าตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่งในจังหวัดนนทบุรี และพบกลุ่มบุคคลกำลังแก้ไขไฟล์ภาพกระดาษคำตอบสอบอย่างมีพิรุธ ก่อนที่กระทรวงมหาดไทยและกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นจะเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องทั้งหมด
จากการสอบสวนเบื้องต้นพบว่า จ่าสิบตรีพิชิต ซึ่งเป็นเจ้าของบ้านที่ใช้ก่อเหตุ ร่วมกับวินและศตพร นำไฟล์ภาพสำเนากระดาษคำตอบไปแก้ไขให้ตรงกับคะแนนที่ประกาศแล้ว โดยในชั้นพนักงานสอบสวน พิชิตให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ขณะที่วินให้การภาคเสธ ส่วนศตพรรับสารภาพว่าเป็นผู้คัดลอกไฟล์และส่งต่อให้บุคคลอื่นตามคำสั่งของวิน
ล่าสุดวันนี้ (15 กรกฎาคม) พนักงานสอบสวนได้นำตัวผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย ส่งฟ้องและฝากขังต่อศาลเป็นที่เรียบร้อย โดยพบว่าผู้ต้องหาทั้งหมดขอให้การในชั้นศาลเท่านั้น ภายหลังการดำเนินคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจเตรียมสรุปสำนวนและข้อเท็จจริงทั้งหมด ส่งให้สำนักงาน ป.ป.ช. ภายในวันที่ 24 กรกฎาคม 2569 เพื่อดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องต่อไป
#ทุจริตสอบพนักงานท้องถิ่น
#โกงสอบท้องถิ่น
ข่าวทั้งหมด