กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) รายงานการโจมตีอิหร่านระลอกที่ 3 ในรอบสัปดาห์ เพื่อตอบโต้การที่กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลาม (IRGC) โจมตีเรือ MV GFS Galaxy ติดธงไซปรัสในช่องแคบฮอร์มุซ ทำให้เรือไม่สามารถเดินทางต่อได้ เนื่องจากห้องเครื่องยนต์ได้รับความเสียหายอย่างหนัก และมีลูกเรือชาวอินเดียสูญหาย 1 คน ในแถลงการณ์ ระบุว่า การโจมตีของสหรัฐฯ มุ่งเป้าไปที่เป้าหมายทางทหารของอิหร่าน 140 แห่ง รวมถึงฐานยิงขีปนาวุธและโดรน เครือข่ายการสื่อสาร และจุดตรวจการณ์ชายฝั่ง
นายปีเตอร์ เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ ระบุว่า อิหร่านเลือกผิดพลาด ตอนนี้พวกเขากำลังชดใช้
กองกำลังพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ตอบโต้ด้วยการประกาศปิดเส้นทางเดินเรือจนกว่าจะมีประกาศเพิ่มเติม และเปิดฉากโจมตีฐานทัพสหรัฐฯ ในจอร์แดน โดยอ้างว่าสามารถทำลายศูนย์บัญชาการและโรงเก็บโดรน MQ-9 ที่ฐานทัพอากาศ Prince Hassan ได้สำเร็จ
ส่วนสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ คูเวต และบาห์เรน ต่างเปิดการใช้งานระบบป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนจากอิหร่าน
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เมื่อต้นสัปดาห์นี้ที่เรือบรรทุกน้ำมันพาณิชย์ 3 ลำถูกโจมตี ส่งผลให้สหรัฐฯ และอิหร่านตอบโต้ด้วยการโจมตีซึ่งกันและกัน
ในวันอาทิตย์ (12 ก.ค.69) สื่อของรัฐรายงานว่าอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ หลังจากยิงขีปนาวุธร่อนจากเรือรบโจมตีเรือลำหนึ่งที่พยายามเดินเรือผ่านเส้นทางที่ไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งกองทัพอิร่าน ระบุว่า เรือลำนี้ไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง นอกจากนี้ยังเตือนด้วยว่า การรุกรานของสหรัฐฯ จะถูกตอบโต้ด้วยความรุนแรง และฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคนี้จะตกเป็นเป้าหมาย
นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาระหว่างอิหร่านกับสหรัฐฯ โพสต์บน X ว่า "ยุคแห่งข้อตกลงฝ่ายเดียวได้สิ้นสุดลงแล้ว" เนื่องจากอิหร่านได้ย้ำเตือนแล้วว่าให้รักษาสัญญา มิฉะนั้นก็ต้องรับผลที่ตามมา และขณะนี้ความจริงกำลังมาเยือนแล้ว
...
#สหรัฐ
#อิหร่าน
#ช่องแคบฮอร์มุซ
ข่าวทั้งหมด