โฆษกป.ป.ส.เผย พบหลักฐานพัสดุส่งไปออสเตรเลียหลายครั้งระบุผู้รับคือเดียร์ 14ก.ย.รู้ผลศาลจะสั่งฟ้องหรือไม่

วันนี้, 20:33น.


           น.ส.อารีภักดิ์ เงินบำรุง รองเลขาธิการ ป.ป.ส. และในฐานะโฆษก ป.ป.ส. เปิดเผยความคืบหน้า การสืบสวนขยายผลกรณีพนักงานต้อนรับบนเครื่องบินถูกจับกุมเนื่องจากซุกซ่อนเฮโรอีนในกระเป๋า เข้าประเทศออสเตรเลีย ว่าตอนนี้ได้แบ่งการทำงานร่วมกับหน่วยงานเกี่ยวข้องต่าง ๆ เช่นคดีที่จับกุมได้ที่กรุงเทพฯ จำนวน 3-4 คดี ปริมาณยาเสพติดเกี่ยวข้องประมาณ 26 กก. ได้เเบ่งตรงนี้ให้เป็นในส่วนความรับผิดชอบขยายผลของดีเอสไอด้วย เพราะเป็นเรื่ององค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ หลังพบว่าไรเดอร์ (นายอุทัย) ได้รับออเดอร์จากคนต่างชาติและยังมีกรณีของสองสามีภรรยา (นายอาทิตย์ ชาวไทย และนางทัดสะพอน ชาวลาว) ที่มีการรับส่งพัสดุมาจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านแบบสำเร็จรูป โดยรวมแล้วลักษณะการส่งพัสดุมี 2 รูปแบบ คือ ส่งผ่านไปรษณีย์ หรือส่งโดยตรงBY HAND  ซึ่งการส่ง 2-3 รอบของกรณีนายอุทัย (ไรเดอร์ที่ส่งพัสดุไปให้ น.ส.มินา ที่คอนโดคอนโดมิเนียมย่านบางนา) ก็มีกระบวนการค่อนข้างใหญ่ อีกทั้งทาง พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (รอง ผบช.น.) ก็บอกว่ามันมีเรื่องสแกมเมอร์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยมีการสร้างเพจอวตาร์ และหว่านแหไปที่คนอาชีพแอร์โฮสเตสหรือคนที่ต้องเดินทางไปต่างประเทศบ่อย ๆ เพื่อให้รับหน้าที่หิ้วยาเสพติดไป ฉะนั้น เมื่อเป็นเรื่องใหญ่ระดับชาติจึงต้องให้ดีเอสไอรับสอบสวนเป็นคดีพิเศษ



          นอกจากนี้ ได้มีการหารือกับตำรวจ AFP เนื่องจากทราบชื่อผู้รับพัสดุปลายทาง คือ นางเดียร์ เป็นคนไทย ซึ่งพบว่ามีตัวตนจริง ๆ ตอนนี้กำลังสืบให้ถึงต้นตอว่าเครือข่ายใหญ่ในประเทศออสเตรเลียที่เชื่อมโยงกับนางเดียร์คือใคร เพราะคงไม่ได้มีแค่คนไทยคนนี้เท่านั้น คงทำเป็นขบวนการ อีกทั้งตำรวจ AFP เองก็อยู่ระหว่างขยายผลเครือข่ายในประเทศออสเตรเลียเช่นเดียวกัน



          ในทางการสืบสวน เชื่อว่านางเดียร์เป็นแค่ 1 ในผู้รับ สืบจากการส่งของไปยังประเทศออสเตรเลีย แล้วพบว่ามีหลายครั้งที่ปลายทางผู้รับพัสดุปรากฏชื่อเดียร์ มีหลักฐานหลายรายการที่โยงไป ทั้งนี้ แม้จะทราบชื่อนามสกุลของคนชื่อเดียร์แล้ว ยังพบด้วยว่านางเดียร์ ได้พำนักอยู่ประเทศออสเตรเลียมานานหลายปี เป็น 10 กว่าปี มีอาชีพการงานทำ แต่ไม่ชัวร์ว่าได้เป็นพลเมืองชาวออสเตรเลียหรือไม่ ซึ่งได้มอบหลักฐานให้ทางการออสเตรเลียเเล้ว



           ส่วนการสอบปากคำแฟนหนุ่มของ น.ส.มินา  ปปส. ก็ได้เชิญแฟนหนุ่มของ น.ส.มินา มาให้ถ้อยคำที่ ป.ป.ส. เรียบร้อยแล้ว ซึ่งก็ให้ความร่วมมือดี  ตัวเขาเองก็มีอาชีพการงานที่ดี ให้ถ้อยคำว่า วันนั้นหลังจาก  แฟนสาว รับพัสดุถือขึ้นห้องพักมาแล้ว ทั้งคู่ก็มีการช่วยกันนำของวางที่พื้น เปิดซิปทุกใบเพื่อดู แต่แล้วไม่พบอะไรผิดปกติ จึงบรรจุสิ่งของใส่กระเป๋าเดินทางของ น.ส.มินา เพื่อเตรียมเดินทางไปบินตามปกติ อีกทั้งในตอนที่กระเป๋าสัมภาระของ น.ส.มินา ผ่านเครื่องเอกซเรย์ที่เมืองไทยก็พบเป็นแท่งสีส้มปกติ ไม่พบอะไรที่ผิดปกติ



          เรื่องค่าจ้างที่ก่อนหน้านี้ระบุว่า น.ส.มินา จะได้รับ 8,800 บาท หากสามารถนำส่งพัสดุไปยังปลายทางได้ แต่ล่าสุดพบว่าตัวเลขคือ 3,400 บาท นั้น ต้องเรียนว่า 8,800 บาท คือ คำกล่าวอ้างของทางออสเตรเลียที่เจอในโทรศัพท์มือถือของ น.ส.มินา แต่ในความเป็นจริง ยังไม่ทราบว่ายอดเงิน 1,700 บาท จำนวน 2 ครั้งที่จะต้องโอนมายัง น.ส.มินา หากของไปส่งถึงปลายทาง จะเป็นอย่างไร ขณะเดียวกัน ได้เห็นบัญชีธนาคารของ น.ส.มินา มีเงินแค่ไม่กี่พันบาท จึงไม่ขอตอบลงรายละเอียด ขอให้มีการสืบสวนเชิงลึกให้เสร็จสิ้นก่อน



         จากพยานหลักฐานในตอนนี้ ยังตอบไม่ได้ชัดเจนว่า น.ส.มินา มีส่วนรู้เห็นกับยาเสพติดเฮโรอีนหรือไม่ เพราะมีหลายส่วนเกี่ยวข้อง มีหลายประเด็น เช่น คำให้การของไรเดอร์นายอุทัย ที่อ้างว่าส่งให้น้องครั้งแรก จึงมองว่าอาจไม่ได้ตั้งใจ แต่ก็ยังต้องหาคำตอบหลายประเด็น เพื่อดูว่าไม่ตั้งใจหรือรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ฉะนั้น หากท้ายสุดน้องไม่เกี่ยวข้องจริง ๆ สิ่งที่ทำได้ คือ ต้องเอาข้อมูลทั้งหมดที่สืบสวนสอบสวนได้มอบให้กับสถานทูตไทย ศุลกากร และทางการออสเตรเลีย เพื่อนำไปใช้เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี



          ตอนนี้ต้องฝากความหวังไว้กับทางการออสเตรเลียที่จะขยายผลในเรื่องของเครือข่ายปลายทาง เพราะป.ป.ส.ได้ให้ข้อมูลไปหมดแล้ว เชื่อว่าฝีมือของทางการออสเตรเลียไม่เบา ส่วนจะรู้ผลการสั่งฟ้องหรือไม่สั่งฟ้อง น.ส.มินา ในคดียาเสพติดนั้น จะรู้ในวันที่ 14 ก.ย.69 เนื่องด้วยจะต้องขึ้นศาลแขวงเมลเบิร์น ระหว่างนี้ป.ป.ส.จึงต้องเร่งหาข้อมูลไปสนับสนุนช่วยเหลือให้มากที่สุด



 



#แอร์ขนยาเสพติด



#ปปส

ข่าวทั้งหมด

X