นายกรนิจ โนนจุ้ย โฆษกกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยกรณีเครือข่ายสหกรณ์ผู้เลี้ยงไก่ไข่ 4 แห่ง ประกาศปรับราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มจากฟองละ 3.60 บาท เป็นฟองละ 3.80 บาท เพิ่มขึ้นฟองละ 20 สตางค์ มีผลตั้งแต่วันที่ 6 ก.ค.2569 ว่า กรมการค้าภายใน ติดตามสถานการณ์การผลิต ต้นทุน และปริมาณความต้องการบริโภคอย่างใกล้ชิด พบว่าการปรับราคาในครั้งนี้ เป็นไปตามภาวะต้นทุนการผลิต และปัจจัยด้านสภาพอากาศ ที่ส่งผลต่อปริมาณผลผลิตไข่ไก่ในช่วงที่ผ่านมา หลังผู้เลี้ยงไก่ไข่ต้องแบกรับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมี.ค.
อย่างไรก็ตาม สมาคมผู้เลี้ยงไก่ไข่ยืนยันว่า จะไม่มีการปรับขึ้นราคาเพิ่มเติม และแนวโน้มราคาหลังจากนี้ จะทยอยปรับลดลงตามกลไกตลาด ปัจจุบันมีไข่ไก่ออกสู่ตลาดเฉลี่ยประมาณ 43 ล้านฟองต่อวัน ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีประมาณ 45 ล้านฟองต่อวัน เนื่องจากสภาพอากาศแปรปรวน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการให้ผลผลิตของแม่ไก่ลดลง
ประกอบกับเป็นช่วงที่เกษตรกรทยอยปลดแม่ไก่ยืนกรง ตามรอบการเลี้ยงเมื่อมีอายุประมาณ 78–80 สัปดาห์ ทำให้ปริมาณแม่ไก่ที่ให้ผลผลิตลดลงเป็นการชั่วคราว ขณะที่การส่งออกไข่ไก่ยังอยู่ในระดับปกติ ไม่ได้เพิ่มขึ้นจนส่งผลกระทบต่อปริมาณไข่ไก่ในประเทศ ผู้เลี้ยงไก่ไข่ยังคงเผชิญต้นทุนการผลิตในระดับสูง จากค่าอาหารสัตว์ ค่าพลังงาน และค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการฟาร์ม ส่งผลให้ราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม ปรับตัวตามโครงสร้างต้นทุน
นอกจากนั้นความต้องการบริโภคไข่ไก่เพิ่มขึ้นในช่วงเปิดภาคเรียน รวมถึงกิจกรรมกระตุ้นการจับจ่าย ภายใต้โครงการ“ไทยช่วยไทย พลัส” ทำให้การบริโภคไข่ไก่ และผลิตภัณฑ์อาหารที่มีไข่เป็นส่วนประกอบเพิ่มขึ้น ก็เป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาในระยะนี้
แนวโน้มราคาไข่ไก่จะไม่ปรับสูงขึ้นกว่านี้ และจะเริ่มปรับลดลงตั้งแต่ช่วงส.ค. เนื่องจากสภาพอากาศเอื้อต่อการให้ผลผลิตมากขึ้น แม่ไก่สาวรุ่นใหม่ทยอยให้ผลผลิตเพิ่มขึ้น ประกอบกับต้นทุนอาหารสัตว์มีแนวโน้มลดลงจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่ออกสู่ตลาดมากขึ้น อีกทั้งเป็นช่วงปิดภาคเรียน ซึ่งความต้องการบริโภคไข่ไก่จะลดลงตามฤดูกาล ส่งผลให้ราคาปรับลดลงตามกลไกตลาดโดยในวันพรุ่งนี้ (7 ก.ค.69) กรมการค้าภายในจะเชิญ ผู้เกี่ยวข้อง ผู้ประกอบการรายใหญ่ และห้างค้าส่งค้าปลีก เข้ามาหารือร่วมกันเพื่อกำหนดมาตรการช่วยเหลือประชาชนเพิ่มเติมต่อไป
#ไข่ไก่ปรับราคาขึ้น
ข่าวทั้งหมด