นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย กล่าวเปิดประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ครั้งที่ 2/2569 ว่า มีเรื่องเร่งด่วนขอให้คณะกรรมการทบทวนมาตรการป้องกันการลักลอบขนยาเสพติด หลังเกิดกรณีแอร์โฮสเตสถูกจับคดียาเสพติดที่ออสเตรเลีย เพราะในช่วงครึ่งปีแรกมีคดีที่คนไทยถูกตั้งข้อหาแล้ว 6 คดี ทำให้ภาพลักษณ์ประเทศเสียหาย ดังนั้นจะต้องมีมาตรการเพื่อทำให้นานาชาติเห็นว่า ประเทศไทยมีการตอบสนองกับเรื่องนี้ รวมถึงมีมาตรฐานที่เพียงพอหรือไม่ ที่จะสามารถจัดการกับปัญหาดังกล่าวได้มากน้อยขนาดไหน
นอกจากนั้น วันนี้ได้หารือกับเลขาธิการ ป.ป.ส และให้นโยบายไปว่า จะต้องประชุมไตรมาสละ 1 ครั้งตามข้อกำหนด แต่หากมีประเด็นสำคัญก็อาจจะมีประชุมเพิ่มเติม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเข้ามากำกับดูแลคณะกรรมการชุดนี้ด้วยตัวเองนั้น ขอให้ทุกคนมั่นใจว่า พร้อมให้การสนับสนุน และจะทำทุกอย่างร่วมกับคณะกรรมการผู้เกี่ยวข้องทุกคน ในการทำให้ปัญหายาเสพติดได้รับการแก้ไข ป้องกัน ปราบปรามและกำจัดให้หมดไปภายใต้ขอบเขตที่มีอยู่ รวมทั้งขอให้มั่นใจว่า เรื่องนี้ถือเป็นวาระแห่งชาติ และเป็นสิ่งที่พวกเราต้องร่วมกันแก้ไข รวมถึงใช้โอกาสสถานะที่ตนมีอยู่ในการเชื่อมหน่วยงานทุกหน่วยงาน เพื่อแสวงหาความร่วมมือ เพื่อปราบปรามยาเสพติดให้ได้
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดีมาโดยตลอด มีการแถลงข่าวป้องกันปราบปรามจับกุมทุกเดือน เพื่อให้เป็นอุปสรรคให้การลำเลียงของสู่ปลายทางยากขึ้น แต่จะต้องกำจัดต้นทางให้ได้ ไม่เช่นนั้นก็ต้องไล่จับกันไปอย่างนี้เรื่อย ๆ ซึ่งจะเป็นการสิ้นเปลืองบุคลากร และงบประมาณ โดยเบื้องต้นได้หารือกับกองทัพ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว
นายกฯ ยืนยันว่า จะไม่นำชีวิตของบุคลากรไปเสี่ยง ฉะนั้น จะต้องปราบปรามตั้งแต่ต้นตอ ซึ่งจากการที่ทำงานมา 10 เดือนแล้ว สิ่งที่รู้สึกเสมอเชื่อว่า ทุกหน่วยงานมีความทุ่มเท มั่นใจหน่วยงานราชการทั้งหลาย ไม่มีนอกมีในอย่างแน่นอน และทุกคนก็นำข้อสั่งการของผมไปปฏิบัติ ทุกคนก็ปฏิบัติด้วยความทุ่มเท ผมไม่ได้รู้สึกว่า ในส่วนของเราจะมีเกลือเป็นหนอน หรือมีพิษอะไรขึ้นมาที่จะทำให้แนวทางแก้ไขปัญหายาเสพติดของรัฐบาลมีอุปสรรค
นายอนุทิน ย้ำว่า ขอให้ทุกคนเข้าใจและดำเนินการเรื่องนี้ไปด้วยกัน เพราะปัญหายาเสพติดไม่ได้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสพเท่านั้น แต่เกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง และเกิดความเสียหายกับประเทศ หากเราทำเรื่องนี้ไม่ได้ เวลาไปไหน ก็จะต้องถูกตรวจพิเศษ หรือมีวีซ่าพิเศษ ถ้าเราไม่จำกัดเรื่องนี้อย่างจริงจัง ต่อไปเวลาต่างชาติเห็นพาสปอร์ตไทย ก็จะผายมือให้ตรวจสอบก่อน ซึ่งถือเป็นความเสียหายที่ตามมา เพราะปัญหายาเสพติด จะนำไปสู่อาชญากรรม สังคมที่เสื่อมโทรม และการลงทุนต่างประเทศก็จะไม่มา
#ลักลอบขนยาเสพติด
#ปปส.
#รัฐบาลไทย
ข่าวทั้งหมด