สภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลก ในส่วนของกรุงเทพมหานคร มีโอกาสที่เมืองหลวงไทยถูกน้ำท่วม...หรือไม่ เนื่องจากสภาพอากาศสุดขั้ว ดร.สนธิ คชวัฒน์ นักวิชาการด้านสิ่งแวดล้อม โพสต์ผ่านเพจส่วนตัว อ้างถึง งานวิจัยและโมเดลคาดการณ์ด้านภูมิอากาศชี้ให้เห็นว่า กรุงเทพมหานครมีโอกาสสูงมากที่จะเผชิญกับภัยน้ำท่วมในขั้นรุนแรงและอาจเรื้อรัง (Chronic Flooding) จนอาจกลายสภาพเป็นเมืองที่จมอยู่ใต้ระดับน้ำทะเลภายในปี 2050 ได้หากไม่มีการยกเครื่องระบบป้องกันน้ำท่วมอย่างจริงจัง ความเสี่ยงนี้เกิดจากวิกฤตการณ์ 3 ด้านที่เกิดขึ้นพร้อมกันที่เรียกว่า "Triple Threat"
3 ปัจจัยหลักที่เพิ่มโอกาสน้ำท่วมในปี 2050
1.แผ่นดินทรุดตัวอย่างต่อเนื่อง (Land Subsidence)เนื่องจากกรุงเทพฯ ตั้งอยู่บนดินเหนียวอ่อนของสามเหลี่ยมปากแม่น้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันตัวเมืองทรุดตัวลงเฉลี่ย 1–2 เซนติเมตรต่อปี จากการดึงน้ำบาดาลในอดีตและน้ำหนักของสิ่งปลูกสร้างหนาแน่น
2.ระดับน้ำทะเลหนุนสูงขึ้น (Sea Level Rise)
จากรายงานของClimate Central และองค์กรสิ่งแวดล้อมหลายหน่วย พบว่า ระดับน้ำทะเลในอ่าวไทยกำลังเพิ่มสูงขึ้น 3–5 มิลลิเมตรต่อปี คาดว่าภายในปี 2050 ระดับน้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นจนทำให้ประชากรกว่า 10%ของไทยโดยเฉพาะในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ต้องอาศัยอยู่บนที่ดินที่ต่ำกว่าระดับน้ำทะเลหนุนสูง
3.ปริมาณน้ำฝนและน้ำเหนือไหลหลาก (Heavy Rainfall & Runoff)
จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้มรสุมมีความรุนแรงมากขึ้นและมีปริมาณน้ำฝนและน้ำไหลหลากจากทางภาคเหนือเพิ่มขึ้นกว่า 20% ในขณะที่การขยายตัวของเมืองทำลายพื้นที่รับน้ำตามธรรมชาติไปจนหมด
การประเมินจากหลายหน่วยงาน เช่น ธนาคารโลก (World Bank) และสถาบันวิจัยชั้นนำระบุถึงแนวโน้มของความเสียหายที่อาจจะเกิดขึ้น กรณีที่ไม่ได้มีการเตรียมการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ ดังนี้
1.ภายในปี 2030พื้นที่เกือบ 40% ของกรุงเทพฯ มีโอกาสเผชิญน้ำท่วมขังเป็นประจำทุกปี จากฝนตกหนักและระบบระบายน้ำที่ไม่เพียงพอ
2.ภายในปี 2050 เกือบทุกพื้นที่ของกรุง เทพฯตกอยู่ในความเสี่ยงขั้นวิกฤตโดย พื้นที่เศรษฐกิจฝั่งตะวันออกตอนล่างและปริมณฑลแถบชายฝั่ง เช่น สมุทร ปราการ สมุทรสาคร จะถูกน้ำทะเลท่วมถึง
#น้ำท่วมกรุงเทพ
ข่าวทั้งหมด