เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วงเงิน 3.788 ล้านล้านบาท ซึ่งคณะรัฐมนตรี (ครม.) เป็นผู้เสนอ ในวันที่ 3 ที่ประชุมมีมติรับหลักการร่างพ.ร.บ.งบประมาณฯ ปี 2570 ด้วยคะแนน 288 เสียง ต่อ 119 เสียง งดออกเสียง 86 เสียง โดยมีการตัั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญฯ จำนวน 72 คน กำหนดเวลาแปรญัตติ 30 วัน โดยนัดประชุม กมธ.ครั้งแรกวันที่ 2 กรกฎาคม เวลา 13.30 น.
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ลุกขึ้นกล่าวว่า ในนามรัฐบาลขอบคุณสมาชิกผู้ทรงเกียรติที่ได้ร่วมพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2570 ที่รัฐบาลเสนอ ตอนหนึ่งระบุว่า วันนี้สิ่งที่เราต้องเห็นก่อนคือปัญหาของเศรษฐกิจไทยอยู่ตรงไหนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เชื่อว่าในระยะสั้นหลายคนทราบดีอยู่แล้วว่าเราเจอวิกฤตซ้อนวิกฤต
1.เศรษฐกิจไทยโตต่ำกว่าศักยภาพ เราถอยหลังไปด้วยอันดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของไทย ปัจจุบันแม้จะปรับตัวดีขึ้นจากอันดับ 30 ขึ้นมาเป็นที่ 26 แต่ถ้าเรายังไม่รีบปรับตัวก็จะยิ่งถูกคนอื่นแซงไป ดังนั้นรัฐบาลถึงตั้งเป้าว่าในสี่ปีเราจะกลับขึ้นมาเป็นท็อป 20 ของโลก
2.เราต้องการเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ วันนี้อาจจะโตอยู่ที่แค่ 2.8% แต่เป้าหมายระยะปานกลางเราต้องเพิ่มศักยภาพการแข่งขันศักยภาพเศรษฐกิจของประเทศให้โตมากกว่า 2.8% เราตั้งเป้าไว้ที่ 3% พลัสฃ
รัฐบาลจึงจำเป็นต้องออกพระราชกำหนดเพื่อมาช่วยกลุ่มเหล่านี้ แต่การออกพระราชกำหนดนี้ไม่ได้เพื่อช่วยเยียวยาประชาชนเพียงอย่างเดียว ประเทศไทยเราพึ่งพาน้ำมันในแก๊สธรรมชาติสูงมากเรานำเข้าน้ำมันและแก๊สธรรมชาติเกือบ 10% ของจีดีพีหรือรายได้ประเภทสูงที่สุดในอาเซียนอันดับต้นๆ ในเอเชีย จนหลายคนเตือนว่าหากเราแก้การเปลี่ยนผ่านวิกฤติพลังงานนี้แล้วถ้าสงครามยังไม่จบ สิ่งที่เกิดขึ้นคือราคาพลังงานยังคงสูงอยู่ เราต้องนำเข้าจากต่างประเทศแล้วเราไม่เปลี่ยนผ่านพลังงานตั้งแต่วันนี้ ประชาชน ธุรกิจก็จะต้องนำเข้าแพงขึ้น โครงการไทยช่วยไทยพลัสที่ช่วยประชาชนคือแก้วิกฤตปากท้อง
“งบประมาณปี 2570 นี้เรามุ่งมั่นที่จะทำให้โปร่งใสมากขึ้น รักษาวินัยการเงินการคลัง ตอบโจทย์จากงบประมาณที่เรามีจำกัดโปร่งใสแล้วเหลือเงินเท่าไหร่ เราขอมุ่งเน้นเอาไปช่วยประชาชน เด็กแรกเกิด ผู้สูงอายุ บัตรสวัสดิการ พยายามตั้งงบให้เต็ม ไม่ใช่เหมือนในอดีต ตั้งไม่เป็นแล้วต้องมาหาเงินมาเติมทีหลัง ไปใช้เงินคงคลังหรือที่อื่นให้มันโปร่งใสมากขึ้น
ข่าวทั้งหมด