ฝนตกกระหน่ำในฝรั่งเศส ช่วยบรรเทาอากาศร้อนจัด แต่ยอดผู้เสียชีวิตเพราะคลื่นความร้อนพุ่งกว่า พันคน
หน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสรายงานว่า กว่าร้อยละ 85 ของผู้เสียชีวิตเป็นกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป อัตราการเสียชีวิตที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วที่สุดเกิดขึ้นกับประชาชนที่เสียชีวิตภายในบ้านพักของตนเอง โดยกลุ่มที่น่ากังวลที่สุดคือผู้สูงอายุที่อาศัยอยู่ตามลำพังและขาดการติดต่อกับสังคม เขตที่อยู่ภายใต้การแจ้งเตือนภัยระดับสีแดงได้รับผลกระทบหนักที่สุด โดยเฉพาะในแคว้นอีล-เดอ-ฟร็องส์ (Île-de-France) ซึ่งรวมถึงกรุงปารีสและรอบปริมณฑล คลื่นความร้อนในสัปดาห์นี้ส่งผลให้ยอดผู้เสียชีวิตรวมในฝรั่งเศสพุ่งสูงขึ้นเกิน 1,400 รายต่อวัน ในช่วงพฤหัสบดีและศุกร์ที่แล้ว ซึ่งปกติจะมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยราว 900-1,000 รายต่อวันในช่วงเดือนเมษายนและพฤษภาคม
หน่วยงานสาธารณสุขของฝรั่งเศสระบุด้วยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตกว่า 1,000 รายนี้ยังเป็นเพียงตัวเลขเบื้องต้นเท่านั้น และคาดว่าจำนวนที่แท้จริงจะสูงกว่านี้เมื่อมีการรวบรวมข้อมูลจากบ้านพักคนชราและศูนย์ดูแลเพิ่มเติม สภาพอากาศร้อนจัดจากคลื่นความร้อนที่แผ่ปกคลุมกรุงปารีสตลอดสัปดาห์ถือว่าสิ้นสุดลงแล้ว
เมื่อพายุฝนฟ้าคะนองและมวลอากาศเย็นจากมหาสมุทรแอตแลนติกพัดเข้ามาปกคลุมเมืองหลวงของฝรั่งเศสเมื่อช่วงค่ำวานนี้ (27 มิ.ย.) ช่วยให้สภาพอากาศเปลี่ยนผ่านจากช่วงที่ร้อนจัดทะลุ 35-40 องศาเซลเซียส เข้าสู่ภาวะฝนตกหนัก อุณหภูมิที่ลดลงสู่ระดับที่อบอุ่นปกติ สำนักอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติของฝรั่งเศส ปรับลดระดับการเตือนภัยจากระดับสีแดง ลงมาเป็นสีส้มและสีเหลือง สำหรับความเสี่ยงจากพายุฝนและคลื่นความร้อนในหลายภูมิภาคของประเทศ
แม้ว่าสภาพอากาศจะเริ่มกลับสู่ระดับปกติ ที่อุณหภูมิประมาณ 26-30 องศาเซลเซียส แต่รัฐมนตรีสาธารณสุขเตือนว่า ผลกระทบต่อร่างกายอาจจะยังคงคงอยู่ต่อเนื่องไปอีกยาวนานถึง 10 วัน ส่วนอาคารบ้านเรือนที่สะสมความร้อนมานานนับสัปดาห์ยังต้องใช้เวลาในการระบายความร้อน
กลุ่มนักวิทยาศาสตร์จาก World Weather Attribution ชี้ว่า คลื่นความร้อนครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ยุโรป และมีโอกาสเกิดขึ้นยากมากหากไม่มีปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่เกิดจากมนุษย์
ญี่ปุ่นเกิดแผ่นดินไหวเช้ามืดวันนี้(28 มิ.ย)แรง 6.1 แมกนิจูดที่จ.อาโอโมริและจ.อิวาเตะ แต่ไม่ประกาศเตือนภัยคลื่นยักษ์สึนามิ หลังพายุโซนร้อนลูกใหญ่ 2 ลูกทั้งพายุเมขลาและพายุฮีโกสขึ้นฝั่งวันเสาร์(27 มิ.ย)ทำให้เกิดดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลัน เสียชีวิต 1 รายบาดเจ็บอีกจำนวนไม่กี่คน
หนังสือพิมพ์ไมอิจิชินบุนของญี่ปุ่นรายงานวันนี้(28 มิ.ย) แผ่นดินไหวความแรง 6.1 แมกนิจูดเกิดขึ้นเมื่อเวลา 05.21 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันอาทิตย์(28)นอกชายฝั่งจ.อิวาเตะในมหาสมุทรแปซิฟิกในระดับความลึก 40 ก.ม แต่ไม่เกิดภัยคุกคามคลื่นยักษ์สึนามิ สำนักงานอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นแถลง
ทั้งนี้แผ่นดินไหวมีระดับ 5 จากทั้งหมด 7 ระดับในระบบการวัดความแรงแผ่นดินไหวของญี่ปุ่นเกิดขึ้นที่บางส่วนของจ.อาโอโมริและจ.อิวาเตะ
นอกจากนี้ไม่พบความผิดปกติรายงานออกมาจากโรงงานไฟฟ้านิวเคลียร์ฮิกาชิโดริ(Higashidori)ในจ.อาโอโมริหรือโรงงานนิวเคลียร์โอนากาวะ(Onagawa)ที่จ.มิยางิ อ้างอิงจากบริษัทไฟฟ้าโตโฮกุ(Tohoku Electric Power Co)
ไมอิจิชิมบุนรายงานว่า นอกจากนี้ยังไม่มีความผิดปกติที่โรงงานกระบวนการพลังงานนิวเคลียร์ในร็อคคาโช(Rokkasho) หมู่บ้านชายฝั่งมหาสมุทรแปซิฟิกในจ.อาโอโมริ
เอพีรายงานวานนี้(27)ว่า พายุโซนร้อนลูกใหญ่ 2 ลูกทั้งพายุเมขลา( Mekkhala)ที่ตั้งตามภาษาไทยและพายุฮีโกส (Higos)ที่สหรัฐฯเป็นผู้ตั้งทำให้แดนอาทิตย์อุทัยเกิดฝนตกหนักและถนนเกิดความเสียหายระหว่างญี่ปุ่นกำลังอยู่ในฤดูฝน ชายในวัย 70 ปีและคนอื่นอีก 3 คนได้รับบาดเจ็บหลังบ้านเกิดพังลงมาหลังเกิดดินถล่มในจ.ยามางุจิในวันศุกร์(26)
สำนักงานบริหารภัยพิบัติและไฟไหม้ญี่ปุ่น (Fire and Disaster Management Agency) แถลงว่ามีบ้านเรือนไม่ต่ำกว่า 30 หลังถูกน้ำท่วมในนาราและฮิโรชิมาในวันศุกร์(26) ฝนที่ตกลงมาอย่างหนักยังเป็นอุปสรรคต่อการเดินทางรถไฟและการเดินทางอากาศในพื้นที่
ส่วนแผนดินไหวที่ เวเนซุเอลา ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุแผ่นดินไหวเมื่อวันพุธ (24 มิ.ย.) พุ่งขึ้นแตะ 1,430 รายมีผู้ได้รับบาดเจ็บจากภัยพิบัติครั้งนี้จำนวน 3,238 คน และมีครอบครัวที่ได้รับผลกระทบอีกราว 3,142 ครอบครัว
ในการรายงานสถานการณ์ฉุกเฉินระดับชาติครั้งล่าสุดของรัฐบาลว่า หลังจากเกิดเหตุแผ่นดินไหวรุนแรงขนาด 7.2 และ 7.5 ทั้งสองระลอก เวเนซุเอลายังคงตรวจพบการเกิดอาฟเตอร์ช็อกขนาดเล็กถึงปานกลางตามมาอีกถึง 430 ครั้ง
ข่าวทั้งหมด