นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เปิดเผยว่า วันนี้ระหว่างการจัดการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พ.ศ.2569 ได้มีรายงานจากเจ้าหน้าที่คุมสอบประจำสนามสอบมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ของสนามสอบ ตรวจพบความผิดปกติของผู้เข้าสอบรายหนึ่ง
เนื่องจากข้อมูลในใบสมัครระบุว่า ผู้สมัครสอบมีอายุ 28 ปี แต่บุคคลที่มาแสดงตนเข้าสอบ มีใบหน้าไม่ตรงกับภาพถ่ายในบัตรประจำตัวประชาชนและใบสมัครสอบ จึงสอบถามข้อเท็จจริง โดยบุคคลดังกล่าวอ้างว่า "ป่วยเป็นโรคมะเร็ง และได้ฉีดคีโมรักษามา จึงทำให้หน้าตาเปลี่ยน"
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ไม่ปักใจเชื่อคำกล่าวอ้าง และเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัย จึงนำตัวไปตรวจสอบอัตลักษณ์บุคคล โดยตรวจลายพิมพ์นิ้วมือจากฐานข้อมูลทะเบียนราษฎร์ ผลปรากฏว่าไม่ตรงกับข้อมูลของผู้สมัครสอบ และทราบว่าบุคคลดังกล่าว อายุ 57 ปี มิใช่ผู้สมัครสอบตัวจริง ซึ่งระบุว่าอายุ 28 ปี และเป็นบุคคลอื่นที่มาแสดงตนเข้าสอบแทน
จากนั้นเจ้าหน้าที่ควบคุมการสอบและเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำสนามสอบ นำตัวผู้สวมสิทธิเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจนครบาลสามเสน เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อกล่าวหา 2 ข้อหา ได้แก่
1) แจ้งข้อความอันเป็นเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามมาตรา 137 แห่งประมวลกฎหมายอาญา
2) ใช้บัตรประจำตัวประชาชนของผู้อื่น ตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวประชาชน พ.ศ.2526 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
จากการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา และพนักสอบสวนจะได้ส่งตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการ เพื่อดำเนินคดีต่อศาลตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป
สำหรับเหตุการณ์เกิดขึ้น เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.69 เป็นการสอบคัดเลือกข้าราชการของ ปภ. ซึ่งดำเนินการสอบมาตั้งแต่เดือน เมษายน โดยเมื่อวานเป็นการสอบครึ่งวัน มีสนามสอบทั้งหมด 4 แห่ง ตนได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยทุกสนามสอบ และกำชับให้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจประจำทุกศูนย์สอบ เพื่อป้องกันการทุจริตในทุกรูปแบบ
ระหว่างการสอบคณะกรรมการคุมสอบประจำสนามสอบ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา สังเกตเห็นว่าผู้เข้าสอบรายหนึ่ง มีใบหน้าดูสูงวัย ไม่สอดคล้องกับภาพในบัตรประจำตัวประชาชน จึงเกิดข้อสงสัยและแจ้งมายังตน ตนจึงสั่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมาควบคุมหน้าห้องสอบ ไม่ให้บุคคลดังกล่าวออกจากห้องจนกว่าจะสอบเสร็จ เนื่องจากมาตรการสอบของ ปภ. เข้มงวด ผู้เข้าสอบ สามารถนำเข้าได้เพียงดินสอ 2B เท่านั้น
ภายหลังสอบเสร็จ บุคคลดังกล่าว อ้างว่าทำคีโม จึงทำให้ใบหน้าเปลี่ยนไป แต่ตนเห็นว่าไม่น่าเป็นเหตุให้เปลี่ยนแปลงจนจำไม่ได้ จึงสั่งตรวจสอบลายนิ้วมือ ก่อนพบว่าเป็นบุคคลอื่นที่มาสอบแทน จากนั้นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ควบคุมตัว และผู้อำนวยการสนามสอบ ได้ดำเนินคดีตามกฎหมายทันที
นายธีรพัฒน์ กล่าวว่า ปัจจุบันได้ยกระดับมาตรการสอบ โดยกำหนดให้ผู้เข้าสอบ สวมเสื้อยืดสีขาวของกรม กางเกงวอร์ม รองเท้าแตะ และนำสัมภาระออกจากตัวทั้งหมด เพื่อป้องกันการส่งสัญญาณหรือการทุจริต ซึ่งที่ผ่านมาเคยตรวจพบและจับกุมได้หลายครั้ง ส่วนกรณีผู้ต้องหารายนี้ เคยก่อเหตุลักษณะเดียวกันหรือไม่ เป็นเรื่องในสำนวนที่ตำรวจ จะดำเนินการต่อ
เบื้องต้นจากการตรวจสอบพบเพียงผู้ต้องหารายเดียว ตนได้เดินตรวจเกือบทุกห้องสอบ การสอบ เป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่พบความผิดปกติอื่น ขอให้มั่นใจว่า ขณะนี้เป็นกรณีของผู้เข้าสอบแทนเพียงคนเดียว ไม่กระทบผลการสอบของผู้สมัครรายอื่น เพราะเราเตรียมระบบสอบและมาตรการป้องกันมาอย่างรัดกุมทุกขั้นตอน พยายามอุดทุกช่องโหว่ที่อาจเกิดขึ้นให้มากที่สุด เนื่องจากเป็นเรื่องที่สังคมจับตา และเราตั้งใจทำให้ดีที่สุด
ด้าน นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงการทุจริตสอบเพื่อบรรจุเข้ารับราชการของ ปภ. ว่า เราต้องตรวจสอบจนถึงต้นตอคนสำคัญ และไม่เอาแค่คนที่จับได้ว่ามีความผิดในการกระทำ แต่ต้องสืบไปถึงต้นตอว่ามีการติดต่อกับใคร และทำเรื่องทุจริตให้เคลียร์ทั้งหมดหน้ากระดาน ใครที่เกี่ยวข้อง ถือว่ามีความผิด
ปลัดกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่า มีการตรวจสอบทั้งประเทศ และแจ้งให้ผู้ว่าราชการจังหวัดแจ้งและกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของตนเอง สำหรับผู้เสียหาย อย่านิ่งนอนใจ บางทีการคิดว่าช่างมัน คือการปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
#ทุจริตสอบปภ
ข่าวทั้งหมด