นายกฯชี้ คนที่ชั่วกว่า คือ 'ข้าราชการชั้นผู้ใหญ่' โยงใยโกงข้อสอบ ข้าราชการท้องถิ่น

วันนี้, 11:32น.


          หลังสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) และกองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) เข้าจับกุมขบวนการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการท้องถิ่น เสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท จนเป็นเหตุให้โยกย้าย นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ทันที ที่ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เดินทางถึงทำเนียบรัฐบาล เช้าวันนี้ ได้เรียก นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย นายภูมิวิศาล เกษมสุข เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าพบหารือที่ตึกไทยคู่ฟ้า



          นายกรัฐมนตรี กล่าวช่วงแรกของการประชุมว่า วันนี้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งตำรวจ ป.ป.ท. ฝ่ายปกครอง ป.ป.ช. เพื่อรับฟังที่มาที่ไปและสิ่งที่จะต้องดำเนินการต่อไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการนำคนกระทำผิดมาลงโทษ ยึดทรัพย์สินจากการกระทำผิดที่ผ่านไปแล้ว เพื่อประโยชน์ของการทำทุจริตนี้ ลงโทษผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่อยู่ในกระทรวงมหาดไทย ซึ่งอาจจะไม่ได้จบที่กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นอย่างเดียว อาจจะมีหน่วยงานอื่นที่มากกว่านั้น ซึ่งก็ต้องดำเนินการอย่างเต็มที่ ตลอดจนหาแนวทางแผนการที่จะดำเนินการต่อไป 



          เรื่องการสอบครั้งนี้คงเป็นเรื่องชัดเจนที่ปลัดกระทรวงมหาดไทยจะต้องยกเลิกแม้จะมีการประกาศผลสอบไปแล้ว ในเมื่อที่มาเป็นไปตามทฤษฎีผลไม้พิษ ที่มาไม่ถูกต้องด็ต้องยกเลิกไป ใครได้รับความเดือดร้อนก็ต้องไปไล่บี้เอาเอง เพราะจะมาใช้ว่าบรรจุไปแล้ว ประกาศผลสอบไปแล้ว แต่เมื่อกระบวนการสอบผิดกฎหมายก็ต้องยกเลิก ซึ่งเรื่องนี้ก็ไม่ต้องกลัวใครมาฟ้อง เพราะหากพวกเราทุกคนดำเนินการสืบสวนสอบสวน ดำเนินคดีทุกอย่างเรียบร้อยและมีคำพิพากษา และมีการยืนยันที่พิสูจน์ด้วยหลักฐาน 



          นายกรัฐมนตรี ย้ำด้วยว่า “เพราะฉะนั้นคนที่มาจากกลไกนี้ก็ถือว่าไม่มีคุณสมบัติ ซึ่งก็ต้องเล่นแบบนี้ เพราะผมจะไม่รับ ใครที่เสนอขึ้นมาแล้วบอกว่าผ่านไปแล้วก็ผ่านไป แบบนี้ไม่ได้เพราะมันมาจากการกระทำที่ทุจริต แต่อย่างไรก็ตามต้องขอชื่นชม ในฐานะหัวหน้ารัฐบาลก็ขอแสดงความชมเชยในการดำเนินการของทุกหน่วยงานที่ดำเนินการอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด และไม่มีการดำเนินการที่รั่วไหลเลย ซึ่งเป็นไปตามเอ็มโอยูที่เราเซ็นกันไว้ ที่จะป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดทุจริตทุกรูปแบบ และทุกอย่างก็เก็บเป็นความลับได้ดี”



           ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ยังขอให้ทางกระทรวงมหาดไทยแจ้งไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด อย่างเช่น จังหวัดเพชรบูรณ์ ให้ดำเนินการในพื้นที่ที่ถูกสงสัยหรือถูกกล่าวหาให้พ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ให้เร็วที่สุด ซึ่งคำว่าเร็วที่สุดกระทรวงมหาดไทยคงเข้าใจดี  ขอให้เราทุกคนช่วยกัน เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องอุกอาจและจะเป็นการทำลายความเจริญก้าวหน้าของประเทศ เพราะเราให้ข้าราชการที่เข้ามาบริหารประเทศมาปกครองประเทศ เริ่มจากการกระทำที่ทุจริตนับตั้งแต่วันแรก และคนที่ตั้งใจสอบตั้งใจดี แต่คนพวกนี้ก็เข้ามาแทรก และคนที่ชั่วกว่านั้นคือข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ปล่อยให้มีกระบวนการนี้เกิดขึ้น นี่คือสิ่งที่เราต้องปราบปรามป้องกัน ดำเนินคดีไม่ให้เกิดขึ้น เพราะนี่คือสิ่งที่ทำร้ายประเทศ ขายชาติ ขอให้เชื่อว่ารัฐบาลมีเสถียรภาพทำอย่างเต็มที่ ไม่ต้องกั๊ก ให้มันรู้ไปว่าจะทำตรงนี้ และจะไม่มีใครปกป้องได้ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ เพราะเรากำลังจะทำสิ่งที่ดีให้มันเกิดขึ้น เพราะข้าราชการไทยมีความสำคัญมาก.



 

ข่าวทั้งหมด

X