สภาพัฒน์คงGDPไทยที่1.4-2% เฝ้าระวัง60 วันหากไม่มีความรุนแรงเศรษฐกิจจะมีเสถียรภาพขึ้น

18 มิถุนายน 2569, 20:57น.


          นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.)  กล่าวถึงแนวโน้มของเศรษฐกิจไทยหลังจากที่สหรัฐและอิหร่านมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจ (MOU) สันติภาพร่วมกันว่า ขณะนี้สภาพัฒน์อยู่ระหว่างการทบทวนฉากทัศน์ (Scenario) เศรษฐกิจใหม่ในช่วงครึ่งปีหลังเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และราคาน้ำมันในตลาดโลกที่เริ่มปรับลดลง



           เบื้องต้นคาดว่า การขยายตัวของตัวเลขเศรษฐกิจ (GDP) ยังคงอยู่ในกรอบประมาณการเดิมที่เคยวางไว้ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด (Best case) คือการขยายตัวของ GDP ไทยจะอยู่ที่ประมาณ 1.4 – 2% แต่ก็ยังมีความไม่แน่นอนสูงเนื่องจากข้อตกลงของสหรัฐ-อิหร่าน มีช่วงเวลาเฝ้าระวังสำคัญในอีก 60 วันข้างหน้า หากไม่มีเหตุการณ์รุนแรงเกิดขึ้น สถานการณ์เศรษฐกิจโลกน่าจะเริ่มมีความชัดเจนและมีเสถียรภาพมากขึ้น



           ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกยังจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดว่าจะลดลงได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากที่ผ่านมาโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมัน และแหล่งผลิตน้ำมัน (Oil Facility) ได้รับความเสียหายไปเป็นจำนวนมากในช่วงที่มีการสู้รบกันในตะวันออกกลาง



          ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างระมัดระวัง คือสถานการณ์ความขัดแย้งในภูมิภาค โดยเฉพาะความเคลื่อนไหวของอิสราเอลและสหรัฐอเมริกา ซึ่งหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น ก็อาจส่งผลให้ราคาน้ำมันดีดตัวกลับสูงขึ้นไปเหมือนเดิมได้อีกครั้ง ทำให้ สศช. ต้องมีการประเมิน และทบทวนสถานการณ์ใหม่เป็นระยะๆ



          ส่วนข้อกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจชะงักงันและเงินเฟ้อ (Stagflation) เลขาธิการสภาพัฒน์กล่าวว่าจากการประเมินพบว่าความเสี่ยงดังกล่าวเริ่มลดน้อยลง แม้สถานการณ์ในตะวันออกลางจะยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจอยู่บ้าง แต่สถานการณ์โดยรวมในปัจจุบันยังไม่ถือว่าเป็นปัญหาโดยตรงที่ส่งผลรุนแรงและต่อระบบเศรษฐกิจไทยจนทำให้เกิดภาวะ Stagflation



 



#คาดการณ์GDPครึ่งปีหลัง



#สภาพัฒน์



 

ข่าวทั้งหมด

X