นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาที่ดินทำกินและการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติอย่างสมดุล โดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เดินหน้าขับเคลื่อนแนวทาง 'ปฐมบทใหม่ทับลาน' เพื่อคลี่คลายปัญหาพื้นที่ทับซ้อนระหว่างชุมชนดั้งเดิมกับพื้นที่อนุรักษ์ที่สะสมมานานหลายทศวรรษ ด้วยหลักการสำคัญคือ 'ยึดกฎหมาย ข้อเท็จจริง ข้อมูลเชิงประจักษ์ ความโปร่งใส และตรวจสอบได้'
เป็นไปตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2566 ที่กำหนดให้ใช้ระบบ One Map เป็นเครื่องมือสำคัญในการจัดระเบียบแนวเขตที่ดินของรัฐอย่างเป็นระบบ ลดปัญหาพื้นที่ทับซ้อนและสร้างความสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติกับสิทธิการอยู่อาศัยและทำกินของประชาชน
ในระยะแรก กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจะเร่งดำเนินการใน 3 ด้านสำคัญ ได้แก่ 1.การปรับปรุงแนวเขตพื้นที่โดยใช้ข้อมูลเชิงพื้นที่ที่ถูกต้อง 2.พิสูจน์สิทธิของประชาชนดั้งเดิม 3.บังคับใช้กฎหมายกับผู้บุกรุกป่าและกลุ่มนายทุนอย่างเด็ดขาด
สำหรับการพิสูจน์สิทธิ กระทรวงฯ จะเร่งตรวจสอบสิทธิของประชาชนดั้งเดิมประมาณ 5,200 ราย ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน ตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2562 โดยใช้ภาพถ่ายทางอากาศและหลักฐานทางวิชาการประกอบการพิจารณา เพื่อให้ประชาชนที่อยู่อาศัยและทำกินมาก่อนการประกาศเขตอุทยานแห่งชาติได้รับการรับรองสิทธิอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
รัฐบาลยืนยันว่าจะไม่มีการนิรโทษกรรมผู้กระทำผิดกฎหมาย และไม่มีการรับรองสิทธิให้กับผู้บุกรุกพื้นที่ป่า รวมถึงกลุ่มรีสอร์ต โรงแรม และผู้ประกอบการที่อยู่ระหว่างการดำเนินคดีหลายร้อยคดี โดยทุกคดียังคงเดินหน้าตามกระบวนการกฎหมายอย่างเต็มที่ /การจัดระเบียบพื้นที่ตามแนวเขตปี 2543 ซึ่งมีพื้นที่รวมประมาณ 260,000 ไร่ จะดำเนินการบนพื้นฐานของความเป็นธรรมและข้อเท็จจริง โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ส่วนหลัก ได้แก่
ส่วนแรก พื้นที่ที่เตรียมส่งมอบให้หน่วยงานและชุมชนที่มีสิทธิเดิมตามกฎหมาย รวมประมาณ 155,000 ไร่ ประกอบด้วย พื้นที่ทับซ้อน ส.ป.ก. ประมาณ 53,000 ไร่ พื้นที่หมู่บ้านไทยสามัคคีประมาณ 8,300 ไร่ พื้นที่หมู่บ้านความมั่นคงและโครงการจัดที่ดินทำกินตามนโยบายรัฐประมาณ 84,000 ไร่ และพื้นที่ราชพัสดุประมาณ 6,500 ไร่ ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เคยได้รับการรับรองตามมติคณะรัฐมนตรีในอดีต
ส่วนที่สอง เป็นพื้นที่ประมาณ 109,000 ไร่ ที่จะยังคงอยู่ภายใต้การตรวจสอบอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะพื้นที่นอกเขต ส.ป.ก. และนอกหมู่บ้านความมั่นคง ซึ่งจะไม่มีการรับรองสิทธิให้ผู้บุกรุก และจะใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเคร่งครัดกับผู้กระทำผิด การดำเนินการครั้งนี้ไม่ได้เป็นการลดพื้นที่ป่าอนุรักษ์ แต่เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองทรัพยากรธรรมชาติ โดยภาครัฐได้เตรียมดึงพื้นที่ป่าสมบูรณ์จากความรับผิดชอบของกรมป่าไม้กลับมาเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาติทับลานเพิ่มเติมอีกประมาณ 89,000 ไร่ เพื่อใช้เป็นแนวกันชน (Buffer Zone) และเสริมความสมบูรณ์ของระบบนิเวศในระยะยาว
รัฐบาลยืนยันว่าการแก้ปัญหาทับลานในครั้งนี้ ไม่ใช่การเลือกระหว่างคนกับป่า แต่เป็นการจัดระเบียบพื้นที่บนพื้นฐานของกฎหมายและข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชนที่มีสิทธิได้รับความเป็นธรรม ขณะเดียวกันก็รักษาผืนป่าและทรัพยากรธรรมชาติของประเทศไว้ได้อย่างยั่งยืน โดยผู้กระทำผิดกฎหมายจะต้องถูกดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด ไม่มีข้อยกเว้น
#ป่าทับลาน
#พิสูจน์สิทธิ์
Cr:เพจรัฐบาลไทย
ข่าวทั้งหมด