สถานีวิทยุและโทรทัศน์ IRIB ของรัฐบาลอิหร่านรายงานว่า นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านกล่าวว่า บันทึกความเข้าใจ (MOU) ระหว่างอิหร่านและสหรัฐอเมริกา ได้ “เสร็จสมบูรณ์อย่างเป็นทางการแล้ว” หลังจากทั้งสองฝ่ายลงนามในรูปแบบดิจิทัล แต่การเดินทางคณะผู้เจรจาเดินทางไปยังกรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ ยังคงมีขึ้น แต่จะไม่มีพิธีลงนามใด ๆ
นายบากาอีเตือนว่า การละเมิดบันทึกความเข้าใจนี้จะ “มีราคาที่ต้องจ่ายสูงขึ้น” เมื่อมันได้รับการลงนามโดยประธานาธิบดีของทั้งสองประเทศ ประเด็นต่างๆ ใน MOU ฉบับนี้ ล้วนเป็นเรื่องที่เคยถูกหยิบยกขึ้นมาหารือกันมาก่อนแล้วไม่มากก็น้อย และบันทึกความเข้าใจฉบับนี้เน้นย้ำว่า การเจรจาในกรอบเวลา 60 วันข้างหน้า จะมุ่งเน้นไปที่ประเด็นทางนิวเคลียร์และการผ่อนปรนมาตรการคว่ำบาตรเพียงเท่านั้น
นายบากาอีบอกด้วยว่า MOU ฉบับนี้ได้รับการลงนามทั้งฉบับภาษาอังกฤษและภาษาฟาร์ซี (ภาษาเปอร์เซีย) ตามความต้องการของฝั่งอิหร่าน เพื่อความโปร่งใส
ทั้งนี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กับ เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ต่างได้ลงนาม MOU ฉบับนี้ผ่านระบบดิจิทัลไปแล้วในสัปดาห์นี้ ขณะที่นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ก็ได้ลงนามในเอกสารดังกล่าวผ่านระบบดิจิทัลในนามของฝั่งอิหร่านไปแล้วเมื่อช่วงต้นสัปดาห์ที่
ข้อตกลงนี้มีเป้าหมายยุติสงครามที่สหรัฐฯและอิสราเอลเปิดฉากโจมตีอิหร่านในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ กระตุ้นให้เตหะรานตอบโต้ด้วยการยิงห่าขีปนาวุธและปล่อยโดรนโจมตีทั่วภูมิภาค และแทบปิดตายช่องแคบฮอร์มุซ น่านน้ำที่มีความสำคัญยิ่งต่อเศรษฐกิจโลก "จากนี้ไป มันคือเวลาของบททดสอบการปฏิบัติตามข้อตกลง" บากาอีระบุ
ภายใต้ข้อตกลงนี้ จะละเว้นมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน และเมื่อบรรลุข้อตกลงในขั้นท้ายสุดเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านแล้ว สหรัฐฯจะอำนวยความสะดวกปล่อยเงินทุนฟื้นฟู 300,000 ล้านดอลลาร์แก่อิหร่าน โดยที่บรรดาชาติต่างๆในภูมิภาคจะเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนก้อนนี้
ข่าวทั้งหมด