การเตรียมลงนามข้อตกลงสันติภาพเพื่อยุติสงครามระหว่างสหรัฐอเมริกาและอิหร่าน ซึ่งมีกำหนดการในวันที่ 19 มิถุนายน ณ ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ กลายเป็นประเด็นความมั่นคงระดับโลกที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด รศ. ดร.ปณิธาน วัฒนายากร ผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคงและการต่างประเทศ ได้ออกมาวิเคราะห์เจาะลึกถึง กระบวนการสร้างสันติภาพครั้งนี้ที่สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ระยะสำคัญ ซึ่งล้วนเต็มไปด้วยความเปราะบางและตัวแปรที่คาดเดาได้ยาก
1. สัปดาห์แรกสุดอันตราย และตัวแปรที่ชื่อ 'อิสราเอล'
ในช่วงสัปดาห์แรกของการเจรจา ถือเป็นช่วงเวลาที่เปราะบางที่สุด ตัวแปรสำคัญที่จะทำให้ข้อตกลงนี้สะดุดคือ "อิสราเอล" โดยเฉพาะการที่อิสราเอลอาจหาจังหวะโจมตีเลบานอนเป็นระยะๆ ซึ่งโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พยายามอย่างหนักในการกดดันนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ให้ยุติการโจมตี
ในขณะเดียวกัน ท่าทีของฝั่งอิหร่าน โดยเฉพาะผู้บัญชาการกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) คนใหม่ ได้ออกมายืนยันชัดเจนว่าจะหยุดการรบทุกรูปแบบในเลบานอนและพื้นที่อื่นๆ หากมีการลงนามเกิดขึ้น ดังนั้น การขีดเส้นตายและควบคุมอิสราเอลให้อยู่ในกรอบ จึงเป็นบททดสอบแรกที่สหรัฐฯ ต้องผ่านไปให้ได้
2. ช่วง 60 วัน: ปมยูเรเนียม 970 ปอนด์ และการคืนสินทรัพย์
หากผ่านสัปดาห์แรกไปได้ ระยะต่อไปคือช่วง 60 วันที่จะต้องลงรายละเอียดทางเทคนิค ประเด็นหลักคือการยกเลิกการคว่ำบาตร 2 ระดับ และการหารือเรื่องการคืนสินทรัพย์มูลค่าหลายหมื่นล้านให้กับอิหร่าน ซึ่งหากทำสำเร็จ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของอิหร่าน ทำให้สามารถกลับมาค้าขายและเดินหน้าเข้าสู่ระบบได้อีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม ด่านหินในระยะนี้คือ การจัดการกับแร่ยูเรเนียมน้ำหนักราว 970 ปอนด์ ที่อิหร่านได้เสริมสมรรถนะไปแล้วถึงระดับ 60% ซึ่งต้องมีการตกลงกันว่าจะนำออกนอกประเทศ หรือส่งผู้เชี่ยวชาญเข้าไปทำลายให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย
3. การจัดการอาวุธนิวเคลียร์: ด่านสุดท้ายที่อาจใช้เวลา 3-5 ปี
รศ. ดร.ปณิธาน ชี้ว่า ระยะสุดท้ายคือการจัดการกับเรื่องอาวุธนิวเคลียร์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ยากที่สุดและยังมองไม่ออกว่าอิหร่านจะยอมทิ้งไพ่ใบนี้อย่างไร การจะให้ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA) เข้าไปตรวจสอบและทำลาย อาจต้องใช้เวลายืดเยื้อถึง 3-5 ปี
โอกาสของไทย: เร่งเปิด 'เรดาร์การทูต' ฟื้นสัมปทานน้ำมัน รศ. ดร.ปณิธาน เสนอแนะว่า รัฐบาลไทยจำเป็นต้องเร่งเปิด "สัญญาณเรดาร์" ทางการทูตและประสานงานไปยังคู่ค้าในตะวันออกกลางโดยด่วน เนื่องจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง สิงคโปร์ มาเลเซีย และอินโดนีเซีย ได้เริ่มขยับตัวและเปิดระบบเพื่อเตรียมรับผลประโยชน์จากการเปิดตลาดของอิหร่านแล้ว
ที่สำคัญ ประเทศไทยมีสัญญาสัมปทานและข้อผูกพันในการซื้อน้ำมันกับอิหร่านที่ค้างคาอยู่หลายปี ช่วงเวลานี้จึงถือเป็น "โอกาสทอง" ที่ไทยควรเร่งเดินหน้าเจรจา เพื่อนำผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานกลับคืนมาสู่ประเทศ ก่อนที่จะตกขบวนการฟื้นฟูความสัมพันธ์ในตะวันออกกลางครั้งนี้
#สงครามอิหร่านสหรัฐ
#ข้อตกลงหยุดยิง
ข่าวทั้งหมด