หลังจากศาลไดด้มีคำพิพากษาคดีฉ้อโกง หมายเลขดำ อทย.109/2568ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 และนางจตุพร อุบลเลิศหรือเจ๊อ้อย เศรษฐีนีชาวไทย ร่วมกันเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายษิทรา เบี้ยบังเกิด หรือทนายตั้มที่จำเลย1นางปณิตา เบี้ยบังเกิด ภรรยาจำเลยที่ 2 นายนุวัฒน์ ยงยุทธ หรือนุ คนสนิททนายตั้มจำเลยที่ 3 น.ส.สาริณี นุชนารถ หรือสา แฟนสาวนายนุ จำเลยที่ 4 น.ส.ปิณฑิรา การิวัลย์ พี่สาวภรรยาทนายตั้มที่ จำเลย5 น.ส.แก้วสวรรค์ สุขผล พนง.โชว์รูมรถยนต์ จำเลยที่6 และน.ส.มนันพัทธ์ รามธีรพัฒน์ – พนง.โชว์รูมรถยนต์ จำเลยที่ 7 ร่วมกันเป็นจำเลยที่ 1-7 ในความผิดฐานฉ้อโกงอันเป็นปกติธุระ, ฟอกเงิน, ร่วมกันฟอกเงิน และสมคบฟอกเงินฯพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์
จำเลยกับพวกได้ร่วมกันฉ้อโกงเงินจากนางจตุพร ผู้เสียหาย โดยให้โอนเงินจำนวนมากหลายครั้ง เช่น เงินลงทุนแพลตฟอร์มหวยออนไลน์ จำนวน71 ล้านบาท, เงินซื้อรถเบนซ์ จำนวน 13 ล้านบาท, และเงินจ่ายค่าจ้างศิลปินชาวจีนผ่านบิตคอยน์ จำนวน 39 ล้านบาท ค่าจ้างเขียนแบบโรงแรมฯ ให้แก่จำเลยและพวกหลายครั้ง ซึ่งนางจตุพรอ้างว่า ถูกนายษิทราฉ้อโกงหลอกลวง ขณะที่นายษิทราอ้างว่าเป็นเงินที่ให้โดยเสน่หา
ซึ่งศาลอาญาได้พิพากษาจำคุกนายษิทราในความผิดฐานฉ้อโกง 4 ปี 6 เดือน และความผิดพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ 1 ปี 6 เดือน รวมโทษจำคุก 5 ปี 12 เดือน และให้นายษิทราชดใช้ค่าเสียหาย 72.5 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ยให้แก่นางจตุพร
จากนั้นญาติของนายษิทราได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นที่ดิน มูลค่า 2 ล้านบาทเพื่อขอประกันตัว โดยศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ประกันตัวนายษิทรา จำเลยที่ 1 ตีราคาหลักประกัน 1,000,000 บาท โดยมีเงื่อนไขห้ามเดินทางออกนอกประเทศเว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากศาล
#ทนายตั้มได้ประกันตัว
ข่าวทั้งหมด