กองทัพสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีอิหร่านระลอกใหม่แล้ว ในช่วงเย็นวันพุธที่ 10 มิ.ย. 2569 ตามเวลาท้องถิ่นของสหรัฐฯ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่ากองกำลังสหรัฐฯ จะถล่มอิหร่านอย่างหนัก โดยมีเหตุผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์ที่ทั้งสองฝ่ายได้ยิงโต้ตอบกันเมื่อต้นสัปดาห์ที่แล้ว
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ (Centcom) แถลงว่า ทางกองทัพได้เริ่มทำการ “โจมตีเพื่อป้องกันตนเองเพิ่มเติม” เมื่อเวลา 17:15 น. ตามเวลาฝั่งตะวันออกของสหรัฐฯ (หรือ 21:15 น. ตามเวลา GMT) ของวันพุธที่ 10 มิ.ย. โดยมุ่งเป้าไปที่เป้าหมายหลายจุดในอิหร่าน ภายใต้คำสั่งของประธานาธิบดีในฐานะผู้บัญชาการทหารสูงสุด นับเป็นการตอบโต้ต่อการรุกรานอย่างไม่สมเหตุสมผลและเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องของอิหร่าน
นอกจากนั้น เครื่องบินรบของสหรัฐฯ ยิง “อาวุธนำวิถีความแม่นยำสูง” เข้าใส่ห้องเครื่องของเรือบรรทุกน้ำมันติดธงชาติปาเลาชื่อว่า “เซตเตเบลโล” (Settebello) “หลังจากลูกเรือเพิกเฉยต่อคำสั่งของกองกำลังอเมริกาซ้ำแล้วซ้ำเล่า”
ด้านรัฐบาลอินเดียแถลงว่า มีลูกเรือชาวอินเดีย 3 รายสูญหาย และลูกเรือชาวอินเดียอีก 21 รายได้รับการช่วยเหลือแล้ว พร้อมระบุว่า การที่เรือพาณิชย์และโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนในภูมิภาคนี้ตกเป็นเป้าหมายการโจมตี “ต้องหยุดลง”
นอกจากนั้น รัฐบาลอินเดียยังเรียกตัวรองหัวหน้าคณะผู้แทนทูตสหรัฐฯ ประจำกรุงเดลีเข้าพบด้วย
ทั้งนี้ กองทัพสหรัฐฯ ได้ปิดกั้นการเข้าถึงท่าเรือต่าง ๆ ของอิหร่าน หลังจากรัฐบาลเตหะรานสั่งปิดช่องแคบฮอร์มุซ นับตั้งแต่สหรัฐฯ กับอิสราเอลเริ่มเกิดฉากโจมตีพวกเขาเมื่อ 28 ก.พ. จนส่งผลกระทบต่อตลาดการค้าโลก โดยเฉพาะน้ำมัน อย่างหนัก
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุว่า นับตั้งแต่สหรัฐฯ เริ่มการปิดล้อมเมื่อ 13 เม.ย. กองทัพสหรัฐฯ ได้ทำให้เรือหมดสภาพการใช้งานไปแล้ว 8 ลำ และสั่งเปลี่ยนเส้นทางเรือลำอื่น ๆ อีก 134 ลำ
ก่อนหน้านี้ กองกำลังสหรัฐฯ เพิ่งโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันติดธงปาเลาอีกหนึ่งลำที่มีลูกเรือเป็นชาวอินเดียเช่นกัน โดยเรือ “มาริเวกซ์” (Marivex) ถูกยิงถล่มในอ่าวโอมานหลังจากไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของสหรัฐฯ เช่นกัน โดยทางการอินเดียระบุว่าลูกเรือทั้งหมด 24 รายได้รับการช่วยเหลือจากกองทัพโอมาน
ข่าวทั้งหมด