กลุ่มสิทธิมนุษยชน แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล (Amnesty International) เผยแพร่รายงานระบุว่า อิสราเอลกำลังใช้การก่ออาชญากรรมสงครามและอาชญากรรมต่อมนุษยชาติเพื่อเร่งแผนการผนวกดินแดนและการขยายการตั้งถิ่นฐาน โดยชี้ว่า การขับไล่ชาวปาเลสไตน์ออกจากเขตเวสต์แบงก์ที่ถูกยึดครอง เป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์การกวาดล้างชาติพันธุ์ของรัฐบาลอิสราเอล ไม่ใช่การกระทำของกลุ่มผู้ตั้งถิ่นฐานหัวรุนแรง หรือรัฐมนตรีฝ่ายขวาจัด
การเผยแพร่รายงานฉบับใหม่ของแอมเนสตี้ยังเกิดขึ้นในขณะที่รัฐบาลอิสราเอลได้อนุมัติการขยายการตั้งถิ่นฐาน และผนวกดินแดนส่วนใหญ่ของเวสต์แบงก์ในช่วงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา
นอกจากนี้ การโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐานชาวอิสราเอล ยังส่งผลกระทบต่อชุมชนชาวเบดูอินและชุมชนเลี้ยงสัตว์ของชาวปาเลสไตน์ในเขตเวสต์แบงก์
สำนักงานประสานงานด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (OCHA) รายงานว่า มีอย่างน้อย 117 หมู่บ้านในเขตเวสต์แบงก์ต้องเผชิญกับการพลัดถิ่นเนื่องจากการโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐาน ซึ่งรายงานของแอมเนสตี้ ระบุว่า มีประชาชนประมาณ 5,910 คนถูกบังคับอพยพออกจากบ้านเรือนของตนเอง ระหว่างเดือนมกราคม 2566 ถึงธันวาคม 2568 แม้ว่าในเดือนกรกฎาคม 2567 และกุมภาพันธ์ 2568 ศาลสูงสุดของอิสราเอลจะมีคำสั่งให้ตำรวจและทหารอำนวยความสะดวกให้ชาวบ้านกลับคืนสู่หมู่บ้านของตน และปกป้องพวกเขาจากการโจมตีของผู้ตั้งถิ่นฐาน แต่ตำรวจและทหารอิสราเอลยังคงเพิกเฉยต่อคำสั่งศาล ในแถลงการณ์ของกลุ่มสิทธิมนุษยชน เรียกร้องให้ประชาคมระหว่างประเทศ ร่วมกันป้องกันการทำลายชุมชนชาวปาเลสไตน์และการผนวกดินแดนเวสต์แบงก์
....
#แอมเนสตี้
#อิสราเอล
ข่าวทั้งหมด