จากกรณีมีประชาชนหลายรายเกิดอาการผิดปกติหลังรับประทานก๋วยเตี๋ยวที่ร้านแห่งหนึ่งในบ้านพรสวรรค์ ต.หนองนาคำ อ.เมือง จ.อุดรธานี จนต้องนำส่งโรงพยาบาลเป็นการเร่งด่วนนั้น นพ.นพรัตน์ พันธุเศรษฐ์ ผู้อำนวยการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เขต 8 อุดรธานี กล่าวว่า เหตุการณ์ครั้งนี้ ศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีได้ให้คำปรึกษาแพทย์ผู้รักษาโดยตรง ทั้งด้านการประเมินอาการ การวินิจฉัยภาวะพิษ และแนวทางการใช้ยาต้านพิษ พร้อมประสานส่ง “ยา Methylene blue” หรือ เมทิลีน บลู ไปยังโรงพยาบาลที่ดูแลผู้ป่วยทันที ส่งผลให้ผู้ป่วยอาการรุนแรง 5 รายได้รับยาต้านพิษตามข้อบ่งชี้ทางการแพทย์อย่างทันท่วงที
การช่วยเหลือผู้ป่วยจากเหตุการณ์ครั้งนี้ เกิดจากความร่วมมือของหลายหน่วยงาน ทั้งศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สปสช. และโรงพยาบาลอุดรธานี ที่ทำงานประสานกันอย่างใกล้ชิดตั้งแต่การประเมินอาการ การวินิจฉัย การให้คำปรึกษาทางพิษวิทยา การจัดส่งยาต้านพิษ ไปจนถึงการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้ป่วยได้รับการรักษาที่รวดเร็วและเหมาะสมตามมาตรฐานทางการแพทย์ สะท้อนถึงความเข้มแข็งของระบบบริการสุขภาพและเครือข่ายการดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินของประเทศ ที่สามารถเชื่อมโยงทรัพยากรและความเชี่ยวชาญจากส่วนกลางสู่พื้นที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงการรักษาที่จำเป็นได้อย่างทันท่วงที
เหตุการณ์ครั้งนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่าระบบยาต้านพิษของประเทศสามารถสนับสนุนการรักษาผู้ป่วยในภาวะฉุกเฉินได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ว่าผู้ป่วยจะอยู่ในพื้นที่ใดของประเทศ ยาต้านพิษหลายรายการเป็น “ยากำพร้า” ที่มีปริมาณการใช้น้อย ไม่ทำกำไร บางรายการไม่มีบริษัทนำเข้าหรือผลิตตามระบบตลาดปกติ แต่เป็นยาที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ได้รับพิษ
ยาต้านพิษเป็นยาที่โรงพยาบาลทุกแห่งไม่สามารถสำรองเองได้ครบถ้วน เพราะบางรายการใช้ไม่บ่อย มีราคาแพง หรือแม้มีเงินก็อาจจัดซื้อไม่ได้ทันที หากไม่มีระบบกลาง ผู้ป่วยอาจเสียโอกาสในการรักษา สปสช. และศูนย์พิษวิทยารามาธิบดีจึงร่วมกันจัดระบบตั้งแต่การคัดเลือกรายการยาที่จำเป็น การจัดหา การสำรองยา การกระจายยาไปยังเครือข่ายทั่วประเทศ และการให้คำปรึกษาทางพิษวิทยาแก่แพทย์ เพื่อให้ผู้ป่วยทุกสิทธิการรักษาเข้าถึงยาที่จำเป็นได้ทันเวลา
บุคลากรทางการแพทย์ที่ต้องการปรึกษากรณีผู้ป่วยได้รับพิษ สามารถติดต่อศูนย์พิษวิทยารามาธิบดี สายด่วน 1367 ตลอด 24 ชั่วโมง
ด้านดร.นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์ นพ.สสจ.อุดรธานี เปิดเผยว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรอผลตรวจทางห้องปฏิบัติการเพื่อยืนยันสาเหตุที่แท้จริง โดยได้ส่งตัวอย่างวัตถุพยานและสิ่งที่เกี่ยวข้องไปตรวจที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์อุดรธานี ซึ่งอยู่ภายใต้กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ คาดว่าจะทราบผลภายใน 3-5 วัน
เบื้องต้น พบสารต้องสงสัยอยู่ในภาชนะที่ใช้บรรจุเครื่องปรุง ซึ่งเป็นกระปุกที่เดิมใช้ใส่เกลือสำหรับปรุงน้ำซุป อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นสารชนิดใด เนื่องจากต้องรอผลตรวจยืนยันจากห้องปฏิบัติการก่อน ยังมีการส่งตรวจตัวอย่างอาหาร เครื่องปรุง วัตถุดิบ และสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อหาสาเหตุของการเจ็บป่วย โดยเจ้าหน้าที่ไม่ได้ตัดประเด็นใดทิ้ง ทั้งกรณีการปนเปื้อนของสารเคมีและการปนเปื้อนจากเชื้อโรค
สำหรับอาการของผู้ป่วย พบว่าบางรายมีภาวะพร่องออกซิเจนรุนแรง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับภาวะที่เม็ดเลือดแดงไม่สามารถจับออกซิเจนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลต่อระบบหายใจ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยอาการหนัก 2 รายที่ต้องใส่ท่อช่วยหายใจ สามารถถอดท่อช่วยหายใจออกได้แล้ว และมีแนวโน้มฟื้นตัวดี ผู้ป่วยทั้งหมดมีจำนวน 15 ราย ในจำนวนนี้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล 12 ราย และอีก 3 รายมีอาการเล็กน้อยจึงเฝ้าระวังอาการที่บ้าน โดยจากผู้ป่วยที่นอนรักษาตัวในโรงพยาบาล มี 2 รายกลับบ้านแล้ว เหลือผู้ป่วยอยู่ระหว่างการรักษา 10 ราย แบ่งเป็นผู้ป่วยอาการทั่วไป 8 ราย และผู้ป่วยอาการหนัก 2 ราย ซึ่งขณะนี้พ้นภาวะวิกฤตแล้ว ส่วนมาตรการด้านสาธารณสุข เทศบาลในพื้นที่ได้ใช้อำนาจตามพระราชบัญญัติการสาธารณสุข สั่งปิดร้านก๋วยเตี๋ยวดังกล่าวเป็นการชั่วคราวอย่างน้อย 1 สัปดาห์ เพื่อเปิดทางให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการสอบสวนโรคและตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากผลการสอบสวนยังไม่ชัดเจน อาจมีการพิจารณาขยายระยะเวลาปิดร้านเพิ่มเติมได้
ในส่วนของคดีความ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าดำเนินการรวบรวมพยานหลักฐานแล้ว โดยจะนำผลตรวจทางห้องปฏิบัติการและข้อมูลจากการสอบสวนโรคไปประกอบการพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
#ร้านก๋วยเตี๋ยวอุดรธานี
Cr:สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ
ข่าวทั้งหมด