หมูหน้าฟาร์มปรับราคาขึ้นอีก 4 บาท ไข่ไก่ขึ้นอีก 20ส.ต. จากต้นทุนอาหารสัตว์พุ่งสูงต่อเนื่อง

วันนี้, 16:47น.


          มีรายงานว่าเครือข่ายผู้เลี้ยงสุกร ระบุว่า เครือข่ายผู้เลี้ยงสุกรประกาศปรับราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มเพิ่มขึ้นอีก 4 บาทต่อกิโลกรัม มีผลวันนี้(8มิย69) จากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สูงกว่า 13 บาทต่อกิโลกรัม สมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติระบุถึงแนวโน้มราคาสุกรยังอาจทยอยปรับขึ้นได้อีก แต่ต้องพิจารณากำลังซื้อของผู้บริโภคและภาวะตลาดควบคู่กันไป



          ส่งผลให้ราคาสุกรมีชีวิตหน้าฟาร์มในแต่ละภูมิภาคเปลี่ยนแปลงดังนี้ ภาคตะวันตก 62-64 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออก 64-68 บาทต่อกิโลกรัม ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 68-70 บาทต่อกิโลกรัม ภาคเหนือ 68-70 บาทต่อกิโลกรัม และภาคใต้ 68 บาทต่อกิโลกรัม





          นสพ.เกียรติภูมิ พฤกษะวัน เลขาธิการสมาคมผู้เลี้ยงสุกรแห่งชาติ เปิดเผยว่า การปรับราคาครั้งนี้เป็นไปตามทิศทางต้นทุนการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะวัตถุดิบอาหารสัตว์ จากเดิมที่ต้นทุนการเลี้ยงสุกรเคยประเมินไว้ประมาณ 70 บาทต่อกิโลกรัมเมื่อเดือนมีนาคม แต่หลังราคาวัตถุดิบอาหารสัตว์ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ที่สูงกว่า 13 บาทต่อกิโลกรัม ทำให้ปัจจุบันประเมินว่าต้นทุนการผลิตสุกรขยับขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 72-73 บาทต่อกิโลกรัมแล้ว ขณะที่ราคาสุกรหน้าฟาร์มในหลายพื้นที่ยังอยู่ต่ำกว่าระดับต้นทุนดังกล่าว



          ในมุมของผู้เลี้ยงสุกรต้องการเห็นราคาสุกรหน้าฟาร์มอยู่ในระดับ 72-74 บาทต่อกิโลกรัม เพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนการผลิตที่แท้จริง แต่ยังไม่สามารถประเมินได้ว่าการปรับราคาจะเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ เนื่องจากต้องพิจารณากำลังซื้อของผู้บริโภค หากสถานการณ์ตลาดเอื้ออำนวย ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังมีโอกาสทยอยขยับขึ้นได้อีกเป็นระยะ ครั้งละ 2-4 บาทต่อกิโลกรัม ตามสมดุลของอุปสงค์และอุปทานในตลาด



          หากราคาสุกรไม่สามารถปรับขึ้นได้ และกลับไปลดลงอยู่ในระดับต่ำกว่า 66 บาทต่อกิโลกรัมอีกครั้ง อาจส่งผลกระทบต่อสภาพคล่องของเกษตรกรผู้เลี้ยงสุกรที่แบกรับภาวะขาดทุนต่อเนื่องมานานกว่า 5-6 เดือน หากสถานการณ์ราคาสุกรหน้าฟาร์มยังซบเซาลากยาวไปถึงปลายปี ผู้เลี้ยงจำนวนมากอาจไม่สามารถเลี้ยงต่อได้



          ด้านราคาไข่ไก่คละหน้าฟาร์มปรับขึ้นอีกฟองละ 20 สตางค์ ตั้งแต่วันที่ 8 มิถุนายน ทำให้ราคาขายจริงขยับเป็นฟองละ 3.50 บาท นางพเยาว์ อริกุล นายกสมาคมการค้าผู้เลี้ยงไก่ไข่รายย่อยภาคกลาง เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่าผู้เลี้ยงไก่ไข่มีการประกาศปรับราคาไข่คละหน้าฟาร์มอีก 20 สตางค์ต่อฟอง ทำให้ราคาล่าสุดอยู่ที่ฟองละ 3.60 บาท มีผลบังคับตั้งแต่วันนี้ว่า ตามข้อเท็จจริงผู้เลี้ยงยังไม่ได้มีการปรับขึ้นราคาไข่ไก่หน้าฟาร์ม โดยยังยืนราคาเดิมที่ฟองละ 3.60 บาทมาตั้งแต่เดือนมี.ค. 2569 เนื่องจากที่ผ่านมาราคาจำหน่ายจริงในตลาดยังขายไม่ถึงเพดานราคาแนะนำที่ฟองละ 3.60 บาท



           ทั้งนี้ ยอมรับว่า ตั้งแต่วันนี้ (8มิ.ย.) ราคาขายไข่ในตลาดมีการปรับราคาเพิ่มขึ้นจริงอีก ฟองละ 20 สตางค์ แต่เป็นการปรับราคาจากฟองละ 3.30 บาท เป็นฟองละ 3.50 บาท โดยราคาจำหน่ายจริงยังไม่ถึงเพดานราคาแนะนำที่ประกาศไว้ที่ฟองละ 3.60 บาท



           ขณะที่ สาเหตุที่เกษตรกรมีการปรับราคาไข่เพิ่มขึ้นอีก 20 สตางค์ เริ่มตั้งแต่วันนี้ เนื่องจากปัจจุบันต้นทุนการเลี้ยงสูงมากโดยเฉพาะต้นทุนข้าวโพด ซึ่งราคาขึ้นไปที่กิโลกรัมละ 14 บาท แม้ว่าก่อนหน้านี้กระทรวงพาณิชย์แจ้งว่าจะดูแลราคาข้าวโพดให้อยู่ในระดับกิโลละ 9.80 บาท ขณะที่ราคาอาหารสำเร็จรูปมีการปรับราคาขึ้น 4 ครั้งแล้วตั้งแต่เดือนมี.ค. โดยล่าสุดราคาอยู่ที่กระสอบละ 440 บาท



            นอกจากนี้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ไทยช่วยไทยพลัสของรัฐบาลยังช่วยกระตุ้นกำลังเพิ่มขึ้น และยังเป็นช่วงเปิดเทอมที่ความต้องการบริโภคเพิ่มสูงขึ้นเปิดโอกาสให้ผู้เลี้ยงสามารถได้ขยับราคาขึ้นได้บ้างเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนที่แท้จริง แต่ก็ยังขายขาดทุนเพราะขายต่ำกว่าเพดานราคาแนะนำที่ฟองละ 3.60 บาท



 



#หมูหน้าฟาร์มขึ้นราคา



#ไข่ไก่ขึ้นราคา



 

ข่าวทั้งหมด

X