กิจกรรมสื่อมวลชนสัมพันธ์ครั้งที่ 3 ที่สำนักงาน กกต.จัดขึ้น นายวีระ ยี่แพร รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)กล่าวถึงการเลือกตั้งสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยาและนายกเมืองพัทยาว่า ในการเลือกตั้งปี 2565 การใช้สิทธิเลือกตั้ง กทม.มีผู้มาใช้สิทธิค่อนข้างน้อย จึงอยากให้สื่อช่วยประชาสัมพันธ์ เพื่อให้ประชาชนออกมาใช้สิทธิให้ได้มากที่สุด
ส่วนปัญหาการทำหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง(กปน.)ซึ่งการเลือกตั้ง กทม.มีหน่วยเลือกตั้งทั้งหมด 6,628 หน่วย จึงได้มีการจัดโครงการแซนด์บ็อกซ์ขึ้น ในเขตหลักสี่และเมืองพัทยา โดยมีการคัดเลือกคนมาเป็น กปน.หน่วยละ 5 คน และจัดอบรมอย่างเข้มข้น จากนั้นก็ทยอยจัดอบรมในเขตอื่นๆ รวมมีผู้เข้าอบรมแล้วกว่า 6,000 คน
ด้านว่าที่ ร.ต. ภาสกร สิริภคยาพร รองเลขาธิการ กกต. กล่าวว่า กทม.มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งผู้ว่า กทม.4.4 ล้านคนแต่ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพฯ 4.3 ล้านคน เนื่องจากผลทางกฎหมายของคุณสมบัติผู้มีสิทธิเลือกตั้ง คือ บุคคลที่ย้ายเข้ามาในกรุงเทพฯไม่ถึง 1 ปีไม่สามารถเลือกตั้งผู้ว่า กทม.และสก.ได้
ส่วนการเลือกตั้ง สก.ต้องมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านมากกว่า 1 ปี ในกรณีย้ายเขตที่อยู่ยังไม่ถึง 1 ปี จะไม่สามารถใช้สิทธิเลือก สก.ในเขตที่อยู่ปัจจุบันได้ แต่สามารถแจ้งขอให้สิทธิเลือก สก.ตามเขตเดิมได้จนถึงวันที่ 17 มิ.ย.2569
ส่วนบัตรเลือกตั้งนายกเมืองพัทยาและผู้ว่าฯ กทม.จะพิมพ์เท่ากับจำนวนหมายเลขผู้สมัคร แต่บัตรเลือกตั้ง สก.จะพิมพ์เท่ากับจำนวนผู้สมัครในเขตที่มีผู้สมัครสูงที่สุด
ขณะที่ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก กล่าวว่า ในการเลือกตั้งปี 65 มีเรื่องร้องเรียนของ กทม.40 เรื่อง และพัทยา 6 เรื่อง ถือว่าไม่มาก แต่ครั้งนี้ กกต.ดำเนินการการป้องปรามเชิงรุกได้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อประกอบการป้องปราม รวมถึงประสานกับแบงค์ชาติ และแบงค์พาณิชย์ในเรื่องการเบิกเงินมากผิดปกติ รวมถึงผู้ตรวจการเลือกตั้งที่มีการซักซ้อมและปฏิบัติหน้าที่ในการป้องปราม
ด้านนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. กล่าวเสริมว่า ในทางปฏิบัติวันเลือกตั้งมีความผิดพลาดคลาดเคลื่อนของ กปน.อยู่บ่อยครั้ง ดังนั้น จึงต้องการการมีส่วนร่วมของประชาชน ตั้งแต่ช่วงเริ่มนับคะแนน
#เลือกผู้ว่ากรุงเทพมหานคร
ข่าวทั้งหมด