อนุชา หาเสียงที่ สวนลุม ชูนโยบายเพิ่มพื้นที่สีเขียว-เร่งเก็บขยะ

วันนี้, 13:49น.


           เมื่อวันที่ 8 มิ.ย. เวลา 06.00 น. ที่สวนลุมพินี นายอนุชา บูรพชัยศรี ผู้สมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พรรค ลงพื้นที่สวนลุมพินี บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก โดยเข้าพูดคุยกับผู้หลักผู้ใหญ่ที่ชมรมไทเก็ก และทักทายหาเสียงกับประชาชนที่มาออกกำลังกายภายในสวนฯ จากนั้นไปรับประทานอาหารที่ศูนย์อาหารแห่งใหม่ของสวนลุมพินี โดยมีประชาชนให้การต้อนรับทักทายอย่างอบอุ่น



           นายอนุชา ย้ำถึง นโยบายจัดการคอรัปชั่น เป็นหนึ่งนโยบายของตน มีข้าราชการกทม.หลายคนส่งสัญญาณมาถึงตน จะพูดว่าไม่มีก็เป็นไปไม่ได้ ถ้าหัวไม่ส่ายหางก็ไม่กระดิก โดยบอกตนว่ากทม.มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นแต่หาใบเสร็จไม่ได้ เพียงแต่ผู้บริหารที่หมดวาระไปแล้วจะออกมาพูดความจริงเมื่อไหร่



          ส่วนการยกระดับภูมิทัศน์และคุณภาพชีวิตของชาวกรุงเทพมหานคร ใน 3 เรื่อง คือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว เนื่องจากปัจจุบัน กทม. มีพื้นที่สีเขียวลดลง จึงมีแนวคิดผลักดันการสร้างสวนหย่อมขนาดเล็ก ตามมุมเมืองหรือจัตุรัสต่างๆ ตามแบบฉบับเมืองในต่างประเทศ เพื่อให้ประชาชนมีพื้นที่นั่งพักผ่อนระหว่างวัน โดยไม่ต้องเดินทางไปสวนสาธารณะขนาดใหญ่เพียงอย่างเดียว ซึ่งนอกจากจะช่วยเพิ่มปอดให้กับกรุงเทพฯ แล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดปัญหามลพิษและฝุ่นควัน



          นโยบายที่สองคือ การปรับภูมิทัศน์เมืองด้วยน้ำพุและน้ำตก ปัจจุบันทัศนียภาพของกรุงเทพฯ ดูแห้งแล้ง ต่างจากในอดีตที่มักจะมีน้ำพุหรือน้ำตกจำลองประดับตามจุดต่างๆ เช่น บริเวณสี่แยกหรือวงเวียน ทางพรรคจึงมีนโยบายที่จะนำน้ำพุกลับมาสร้างความสดชื่น เพื่อปรับภูมิทัศน์ของ กทม. ให้กลับมาสวยงามและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง ซึ่งประเด็นนี้เป็นสิ่งที่ประชาชนในพื้นที่ได้สะท้อนความต้องการเข้ามาโดยตรง



       ส่วนนโยบายที่สามคือ การจัดการขยะและการยกระดับศูนย์อาหาร ปัญหาการจัดเก็บขยะที่ยังไม่เป็นระบบ แม้ประชาชนจะให้ความร่วมมือในการคัดแยกขยะแล้ว แต่ยังพบปัญหาผู้ที่มาคุ้ยขยะเพื่อนำไปขาย ทำให้เกิดความสกปรกและไม่เป็นระเบียบ



       จากนั้น นายอนุชา คณะผู้บริหารพรรคประชาธิปัตย์ และผู้สมัคร สก. ลงพื้นที่ชุมชนบ่อนไก่ รณรงค์หาเสียงกับพ่อค้า แม่ค้า และประชาชนที่มาจับจ่ายใช้สอยในตลาดชุมชน ซึ่งมีปัญหาโครงสร้างอาคารทรุดโทรมเนื่องจากเป็นอาคารเก่า ยังมีปัญหาการจัดการขยะที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตคนในชุมชนค่อนข้างมาก ปัญหาหลักเกิดจากการที่อาคารพักอาศัยสูง 4-5 ชั้นมีข้อจำกัดเรื่องปล่องทิ้งขยะ เมื่อจุดพักขยะด้านล่างเต็มและไม่มีการจัดเก็บอย่างสม่ำเสมอ ขยะจึงล้นย้อนกลับขึ้นมาตามปล่อง เมื่อประกอบกับสภาพอากาศที่ร้อนอบอ้าว จึงทำให้เกิดการหมักหมมและส่งกลิ่นเหม็นรุนแรงไปทั่วบริเวณ



          นอกจากนี้ ชาวบ้านยังสะท้อนว่าในพื้นที่ที่อยู่ลึกเข้าไป เจ้าหน้าที่เขตไม่ได้เข้ามาจัดเก็บทุกวัน บางจุดถูกปล่อยทิ้งไว้นาน 2-3 สัปดาห์ ทำให้ชาวบ้านต้องนำขยะมาทิ้งกองรวมกันในบริเวณที่ไม่ใช่จุดทิ้งขยะทางการ จนเกิดเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรคที่ส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยของคนในชุมชน โดยเฉพาะบริเวณใกล้ลานกีฬาที่มีเด็กๆ มารวมตัวกัน พบปัญหาแมลงวันจากกองขยะไปตอมอาหารของเด็กๆ



          ทั้งนี้ เสียงสะท้อนจากพื้นที่ระบุว่า การแก้ไขปัญหานี้ไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายที่ซับซ้อนหรือใช้ความคิดสร้างสรรค์ที่แปลกใหม่แต่อย่างใด เพียงแค่ กทม. จัดการระบบพื้นฐานให้ดี โดยกำหนดจุดทิ้งที่ชัดเจน และเข้ามาจัดเก็บขยะให้ตรงเวลาและบ่อยครั้งขึ้นก็เพียงพอที่จะคืนความสะอาดให้ชุมชนได้แล้ว



 



#เลือกตั้งผู้ว่า

ข่าวทั้งหมด

X