จากกรณีการเสียชีวิตอย่างเป็นปริศนาของ น้ององุ่น อายุ 7 ขวบ ที่หายจากบ้านไปเมื่อวันที่ 30 พ.ค. ก่อนพบเป็นศพนอนเสียชีวิตอยู่กลางสวนยาง ในพื้นที่ม.4 บ้านทิโคร่ง ต.ปรังเผล อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี กระทั่งตำรวจภูธรภาค 7 สามารถคลี่คลายคดีได้ภายใน 1 สัปดาห์ ก่อนพบว่าผู้ก่อเหตุไม่ใช่บุคคลภายนอก แต่กลับเป็นบุคคลใกล้ชิด ผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่นำไปสู่การจับกุมเยาวชนอายุ 13 ปี และ 17 ปี
ล่าสุด ญาติและตำรวจนำผู้ต้องหา นายแป๊ะ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ซึ่งเป็นน้าชาย และ ด.ญ.เอ (นามสมมติ) อายุ 13 ปี พี่สาวของน้ององุ่น เดินทางจาก อ.สังขละบุรี มาถึงศาลจังหวัดทองผาภูมิ เวลา 10.30 น. เพื่อขอศาลไต่สวนคำร้องที่ตำรวจขอฝากขังเด็กและเยาวชน ซึ่งพนักงานสอบสวนจะยื่นคำร้องต่อศาลได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน หากการสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนสามารถยื่นคำร้องขอผัดฟ้องต่อไปได้อีก ครั้งละไม่เกิน 15 วัน ตามพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัวและวิธีพิจารณาคดีเยาวชนและครอบครัว พ.ศ. 2553
โดยการควบคุมตัวจะถูกส่งไปที่สถานพินิจฯกาญจนบุรี คดีนี้มีอัตราโทษเกิน 5 ปี พนักงานสอบสวนสามารถผัดฟ้องเพิ่มได้อีก 2 ครั้ง ไม่เกิน 4 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 15 วัน ศาลดำเนินการไต่สวนแล้ว มีคำสั่งว่า ศาลพิเคราะห์ข้อเท็จจริงจากการสอบถามผู้ร้องและพยานเอกสารของผู้ร้องแล้ว เห็นว่า ผู้ต้องหาทั้งสองเป็นผู้ซึ่งต้องหาว่ากระทำผิดตามที่พนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหาจริง เนื่องจากผู้ต้องหาทั้งสองมีพฤติการณ์ซ่อนเร้น ย้าย หรือทำลาย อันเป็นการยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ประกอบกับพิจารณาพยานหลักฐานประกอบการกระทำมีลักษณะกระทบต่อความสัมพันธ์และจิตใจของบุคคลภายในครอบครัว อันเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เมื่อคำนึงถึงการคุ้มครองสิทธิและประโยชน์สูงสุดของเด็กและเยาวชนเป็นสำคัญ และเพื่อให้เด็กและเยาวชนได้รับการบำบัด แก้ไข ฟื้นฟูเยียวยาสภาพจิตใจโดยนักจิตวิทยา
จึงเห็นควรส่งตัวเด็กและเยาวชนไปควบคุมยังสถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดกาญจนบุรี ให้หมายควบคุมไว้เว้นแต่มีประกัน
ข่าวทั้งหมด