ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โพสต์บน Truth Social ว่าการเจรจากับอิหร่านดำเนินไปอย่างเป็นระเบียบและสร้างสรรค์ โดยแจ้งให้ตัวแทนทางการทูตของเขาอย่าเร่งรีบทำข้อตกลง ทั้งระบุด้วยว่าการเจรจาในครั้งนี้จะตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิงกับข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านปี 2558 ในสมัยรัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่เขาเห็นว่าเป็น หนึ่งในข้อตกลงที่แย่ที่สุดเท่าที่เคยทำมา เพราะเปิดทางให้อิหร่านพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ นอกจากนี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ ยังเห็นว่าความสัมพันธ์กับอิหร่านกำลังพัฒนาไปสู่ความเป็นมืออาชีพและมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่จะต้องเข้าใจว่าอิหร่านไม่สามารถพัฒนาหรือจัดหาอาวุธนิวเคลียร์หรือระเบิดได้ ทั้งขอบคุณทุกประเทศในตะวันออกกลางสำหรับการสนับสนุนและความร่วมมือ
ก่อนหน้านี้ ประธานาธิบดีทรัมป์ได้สนทนาทางโทรศัพท์กับผู้นำของหลายประเทศที่มีประชากรส่วนใหญ่เป็นมุสลิม ซึ่งเขากล่าวว่า เป็นการสนทนาที่ดีมาก รวมถึงได้พูดคุยกับนายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮูของอิสราเอล ซึ่งการสนทนาเป็นไปด้วยดีเช่นกัน และจะทำให้สามารถช่องแคบฮอร์มุซได้
ส่วนนายกรัฐมนตรีเนทันยาฮู โพสต์บน X ในวันอาทิตย์ (24 พ.ค.69) เปิดเผยว่าได้พูดคุยกับประธานาธิบดีทรัมป์เกี่ยวกับบันทึกความเข้าใจในการเปิดช่องแคบฮอร์มุซอีกครั้ง และการเจรจาที่จะเกิดขึ้นเพื่อบรรลุข้อตกลงขั้นสุดท้ายเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ทั้งแสดงความขอบคุณต่อประธานาธิบดีทรัมป์สำหรับความมุ่งมั่นที่ไม่เปลี่ยนแปลงในการปกป้องความมั่นคงของอิสราเอล รวมถึงในช่วงปฏิบัติการ Roaring Lion และ Epic Fury ซึ่งกองทัพอเมริกาและอิสราเอลได้ร่วมกันต่อต้านภัยคุกคามจากอิหร่าน นอกจากนี้ ยังเห็นพ้องกันว่าข้อตกลงขั้นสุดท้ายใดๆ กับอิหร่านจะต้องขจัดอันตรายจากนิวเคลียร์ ซึ่งหมายถึงการรื้อถอนโรงงานเสริมสมรรถนะนิวเคลียร์ของอิหร่านและการนำวัสดุนิวเคลียร์เสริมสมรรถนะออกจากดินแดน ขณะเดียวกันนายกรัฐมนตรีอิสราเอลอ้างว่า ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยังยืนยันสิทธิของอิสราเอลในการปกป้องตนเองจากภัยคุกคามในทุกด้าน รวมถึงเลบานอน
และในอีกโพสต์หนึ่งบน X เนทันยาฮูได้แชร์ภาพของตัวเองที่ยืนหันหลังชนกับทรัมป์ พร้อมคำบรรยายว่า “อิหร่านจะไม่มีวันมีระเบิด”
อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวทัสนิมของอิหร่านรายงานว่า ในข้อตกลงสันติภาพยังคงมีข้อขัดแย้งอยู่ และจะไม่มีข้อตกลงขั้นสุดท้ายหากสหรัฐฯ ยังคงสร้างอุปสรรคต่อไป ที่ปรึกษาทางทหารของผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวเมื่อวันอาทิตย์ว่า การบริหารจัดการช่องแคบฮอร์มุซเป็นสิทธิอันชอบธรรมของอิหร่าน ในการรักษาความมั่นคงของชาติ และการบริหารจัดการเส้นทางน้ำของอิหร่านสามารถยุติความไม่มั่นคงในอ่าวเปอร์เซียที่ยาวนานกว่า 50 ปี
ขณะเดียวกัน สำนักข่าวอัลจาซีเราะห์ รายงานว่า อิหร่านแสดงความเปิดกว้างต่อการเจรจาทางการทูต แต่ทุกครั้งที่มีการแลกเปลี่ยนข้อเสนอและข้อความ สหรัฐอเมริกาก็จะยื่นข้อเรียกร้องใหม่ๆ ที่เกินความจำเป็น และเปลี่ยนท่าทีอยู่เสมอ ส่วนหนึ่งเกิดจากการต่อต้านจากฐานเสียงของเขาเอง
...
#ทรัมป์
#เนทันยาฮู
#อิหร่าน
ข่าวทั้งหมด