เอกนิติ" ลั่น พ.ร.ก.กู้เงินคือทางรอดช่วยประชาชน ไม่ใช่การตีเช็คเปล่าเอื้อนายทุน

14 พฤษภาคม 2569, 18:28น.


           นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  ชี้แจงถึงความคืบหน้าและเหตุผลความจำเป็นในการออก พ.ร.ก.กู้เงิน วงเงิน 400,000 ล้านบาท ท่ามกลางกระแสการวิพากษ์วิจารณ์จากฝ่ายค้านและการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ว่า พ.ร.ก. ฉบับนี้คือกลไกสำคัญในการรักษาความมั่นคงทางเศรษฐกิจของประเทศ เนื่องจากปัจจุบันโลกกำลังเผชิญกับวิกฤตพลังงานที่รุนแรงและลุกลามมาสู่ปัญหาค่าครองชีพของประชาชนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้



          หากเปรียบเทียบกับวิกฤตในอดีต เช่น วิกฤตต้มยำกุ้งปี 2540 ที่เกิดจากทุนสำรองหมด หรือวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ปี 2552 ที่เกิดจากภาคการส่งออกติดลบ วิกฤตครั้งนี้มีความแตกต่างอย่างสิ้นเชิง เพราะเป็น วิกฤตปากท้อง ที่เริ่มจากอัตราเงินเฟ้อพุ่งสูงขึ้นเนื่องจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อราคาน้ำมันและต้นทุนสินค้า



           โดยเฉพาะในไตรมาสแรกที่เงินเฟ้อดีดตัวขึ้นมาถึงร้อยละ 2.9 และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นอีก หากรัฐบาลไม่ดำเนินการใด ๆ ธุรกิจขนาดเล็กและประชาชนระดับฐานรากจะได้รับผลกระทบอย่างหนักจนอาจเกิดความวุ่นวายในสังคม



            สำหรับโครงสร้างของงบประมาณ 400,000 ล้านบาท ไม่อยากให้แยกมองเป็น 2 ส่วนที่ขาดจากกัน แต่อยากให้มองว่าเป็น "เงินเยียวยา" ทั้งหมด โดย 200,000 ล้านบาทแรก จะนำไปเยียวยาโดยตรง ส่วนอีก 200,000 ล้านบาทจะนำไปใช้ในการ "เปลี่ยนผ่านพลังงาน" ซึ่งถือเป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นก 2 ตัว  เพราะการช่วยให้ประชาชนและผู้ประกอบการขนส่งเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด เช่น การติดตั้งโซลาร์เซลล์ หรือการใช้ไบโอดีเซล จะเป็นการลดต้นทุนค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างยั่งยืน ดีกว่าการนำเงินไปอุดหนุนราคาพลังงานแบบชั่วคราวเพียงอย่างเดียว 



          รมว.คลัง ยังได้ใช้การเปรียบเทียบที่เห็นภาพชัดเจนว่า พ.ร.ก. กู้เงินครั้งนี้เปรียบเสมือน "ยา" ที่ใช้รักษาโรค วันนี้คนไทยกำลังป่วยจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น การจะให้รอไปอีก 5 เดือนเพื่อกินยาในงบประมาณปี 2570 จะไม่ทันการณ์ ยาบางชนิดต้องกินวันนี้เพื่อให้เห็นผลในอีก 4-5 เดือนข้างหน้า ถ้าปล่อยให้วิกฤตลุกลามไปมากกว่านี้ ความเสียหายจะมหาศาลเกินกว่าจะเยียวยาได้ 



           ส่วนประเด็นที่ฝ่ายค้านตั้งข้อสังเกตเรื่องการ "ตีเช็คเปล่า" หรือการเขียนโครงการไม่ชัดเจนเพื่อเอื้อประโยชน์ให้นายทุนกลุ่มพลังงาน นายเอกนิติได้ปฏิเสธอย่างสิ้นเชิง โดยระบุว่า พ.ร.ก. ทุกฉบับมีกลไกคณะกรรมการกลั่นกรองที่เข้มงวด มีขั้นตอนการอนุมัติที่เป็นระบบและโปร่งใส



           โครงการ "ไทยช่วยไทยพลัส" ที่จะช่วยให้พ่อค้าแม่ค้าในตลาดและผู้ประกอบการรายย่อยสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนจากธนาคารรัฐ เช่น ธนาคารออมสิน ได้ง่ายขึ้น เพื่อลดปัญหาการกู้นอกระบบและบรรเทาภาระหนี้สินในช่วงวิกฤต ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการเพิ่มทักษะทางการเงินไปพร้อมกับการเยียวยา



           แม้ว่าจะมีการยื่นเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ แต่ พ.ร.ก. ฉบับนี้มีผลบังคับใช้ตามกฎหมายแล้วตั้งแต่วันอาทิตย์ที่ 10 พ.ค. หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษา รัฐบาลจึงต้องเดินหน้าตามขั้นตอนปกติเพื่อไม่ให้ประชาชนเสียประโยชน์ โดยตนพร้อมที่จะชี้แจงทุกประเด็นต่อศาลและหน่วยงานตรวจสอบ เพราะมั่นใจว่าการทำหน้าที่ครั้งนี้ทำเพื่อประโยชน์สูงสุดของประชาชนทั้งในระยะสั้นและระยะยาว



 



 



 #พระราชกำหนดเงินกู้



#ไทยช่วยไทยพลัส

ข่าวทั้งหมด

X