อดีตรัฐมนตรีคลัง เตือน รัฐบาลรอบคอบ เดินหน้า แลนด์บริดจ์ชุมพร-ระนอง

วันนี้, 11:42น.


          นายสมหมาย ภาษี อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ออกมาโพสต์ข้อความชี้ให้เห็นว่าโครงการแลนด์บริดจ์อาจกลายเป็น "หายนะ" มากกว่า "โอกาส" ของไทย เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงในด้าน ภูมิรัฐศาสตร์ ที่อาจนำพาความขัดแย้งระหว่างมหาอำนาจเข้าสู่ประเทศ รวมถึงความไม่คุ้มค่าทางเศรษฐกิจที่อาจซ้ำรอยความล้มเหลวของโครงการขนาดใหญ่ในต่างประเทศ เช่น ศรีลังกา และลาว จนกลายเป็นภาระหนี้สินระยะยาวแก่คนไทย



          นอกจากนี้ยังมีประเด็นเรื่องผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวอย่างรุนแรง ตลอดจนข้อกังขาด้านเสถียรภาพและธรรมาภิบาลของรัฐบาลปัจจุบัน เจ้าตัวจึงเสนอให้รัฐบาลควร "เจียมสังขาร" และหันไปลงทุนในโครงการที่สร้างรายได้ได้จริงในระยะสั้นแทนการเดินหน้าโครงการที่มีความเสี่ยงมหาศาลนี้



          ทั้งนี้ อดีต รมว.คลังได้ระบุข้อความบางตอน เตือนว่า เรื่องภูมิรัฐศาสตร์ที่ดีของโครงการนี้กับความเสี่ยงที่จะเกิดกับประเทศ เป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคิด อย่างที่ได้เห็นอยู่ทุกวันนี้จากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ และอิสราเอลกับอิหร่าน ที่ยังไม่จบสิ้นและยังไม่เห็นอนาคตของความสงบและสันติภาพที่จะกลับมาสู่โลกอันสับสน เราได้เห็นชัดกันแล้วใช่ไหมครับว่าเรื่องช่องทางขนส่งสินค้าสำคัญในโลกทุกวันนี้ ล้วนเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่จะนำพาความเดือดร้อนที่หนักมาให้ประชาชนในชาติที่เป็นเจ้าของโครงการเมื่อใดก็ได้ ซึ่งจะเป็นความเสี่ยงที่มากเกินที่ประเทศอย่างไทยเราจะรับได้



           ดังนั้น ก่อนตัดสินใจเดินหน้าโครงการ รัฐบาลนี้ที่ประกอบด้วยพรรคที่หลงใหลโครงการนี้มากทั้งคู่ ต้องตอบตนเองให้ได้ก่อนว่าไทยจะใช้ความเป็นกลางดูแลปกปักรักษาโครงการนี้ให้อยู่อย่างยั่งยืนได้ไหม หรือว่าเราจะต้องพึ่งมหาอำนาจข้างใดมาปกปักรักษาเราให้ยั่งยืนได้ ไม่ใช่คิดแต่จะรับเงินลงทุนมาจากไหนก็ได้



          ตัวอย่างของโครงการลงทุนใหญ่เกินตัวของประเทศด้อยพัฒนาหรือกำลังพัฒนาในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา ที่ประสบความล้มเหลวจนประเทศตกอยู่ในฐานะจะล้มละลายก็มีให้เห็นอยู่มาก เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึก Hambantota ของประเทศศรีลังกา ที่จะใช้หนี้คืนให้จีนนานแค่ไหนก็ไม่หมด โครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง Whoosh ระยะทาง 142 กิโลเมตร ที่บริษัทรถไฟแห่งชาติอินโดนีเซีย (KAI) ต้องแบกภาระหนี้ที่ทับถมจนจะรับไม่ไหวในปัจจุบัน และโครงการรถไฟระยะทาง 414 กิโลเมตร เชื่อมหนานหนิงกับเวียงจันทน์ ซึ่งเป็นโครงการร่วมทุนระหว่างลาวกับจีน อัตรา 30 : 70 สร้างเสร็จเมื่อปี 2021 ที่จริงโครงการนี้จะดีต่อไทยด้วย แต่ปรากฏว่าปัจจุบันนี้ลาวเป็นหนี้จีนจนจะถึง 100% ของโครงการ และยังต้องรับภาระที่รายได้ไม่พอค่าดอกเบี้ยไปทุกปีด้วย



          ขอให้รัฐบาลไทยขณะนี้กล้าคิดเพิ่มงบลงทุนภาครัฐให้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แล้วมาจัดการกับโครงการที่เห็นๆอยู่ว่าจะเพิ่มรายได้ที่แน่ชัดให้แก่ประเทศได้เร็วใน 3-4 ปีข้างหน้า จะดีกว่าไหมครับ



 

ข่าวทั้งหมด

X