ขอโทษผู้บริโภค! กรรมการโรงงานปลาประป๋องในสมุทรสาคร กรมประมงยืนยัน ใช้ปลานิล ไม่ใช่ปลาหมอคางดำ
น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ตรวจโรงงานปลากระป๋องที่จังหวัดสมุทรสาครว่า นายกรัฐมนตรีมีความห่วงใยผู้บริโภค ทาง สคบ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาร่วมหาข้อเท็จจริง โดยการลงพื้นที่ตรวจทั้งนี้มาตามอำนาจ ตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522 ที่จะต้องดูแลกระบวนการผลิตตั้งแต่ต้นว่า สินค้าถูกต้องหรือไม่ ซึ่งจากการลงพื้นที่ สคบ. จากกรณีนี้น่าจะทำผิดเพียงเรื่องเดียว คือไม่ได้ใช้ปลาตามที่ขออนุญาตไว้ แต่ความผิดนี้ประกอบด้วยหลายหน่วยงานและเกี่ยวข้องกฎหมายหลายฉบับ ไม่ใช่แค่ พ.ร.บ. อาหาร แต่ยังมีกฎหมายโรงงาน เช่น การขออนุญาตตั้งโรงงาน ซึ่งตนได้สั่งการให้อุตสาหกรรมจังหวัดเข้ามาดูเรื่องการตั้งโรงงาน ว่ามีการขออนุญาตถูกต้องหรือไม่ และประสานศูนย์ดำรงธรรมทั่วประเทศ สั่งการให้ สคบ. ทุกจังหวัด รับข้อมูลผู้เสียหายเพิ่มเติม ซึ่งจากจำนวนปลากระป๋อง ประมาณ 10,000 กระป๋องที่อายัดเมื่อวานนี้ เชื่อว่าน่าจะมีผู้เสียหายมากกว่านี้
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าผู้ประกอบการได้ชี้แจงถึงสาเหตุที่ใช้ปลานิลแทนปลาแมคเคอเรลหรือไม่ น.ส.ศุภมาศ กล่าวว่า ผู้ประกอบการชี้แจงว่าเป็นการทดลอง เพื่อหาปลาชนิดอื่นมาแทน ซึ่งเป็นล็อตการทดลองที่ผิดพลาด แต่ น.ส.ศุภมาศ กล่าวว่าฟังแล้วรู้สึกแปลกๆ พอทดลองเป็น 10,000 กระป๋อง แต่ก็ต้องพิสูจน์กันไปว่าได้รับความเสียหายเป็นวงกว้างหรือไม่ เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกระทบไปถึงผู้ผลิตอีกหลายเจ้า ส่งผลให้เกิดความไม่มั่นใจของผู้บริโภค สคบ. จึงมีหน้าที่โดยตรงที่ใช้ความมั่นใจกับผู้บริโภคว่าสินค้าที่จำหน่าย จะไม่ทำให้ผู้บริโภคถูกหลอก ถูกโกง ถูกเอารัดเอาเปรียบ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีความเปราะบางจากเหตุการณ์ตะวันออกกลาง
ด้าน ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่า ตนได้ร่วมกับสาธารณสุขของจังหวัดดำเนินการอายัดสินค้าทุกชนิดที่มีความสงสัยว่าวัตถุดิบจะไม่ตรงกับฉลาก และความผิดอื่นที่ ประกอบด้วยการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง และสั่งให้ผู้ประกอบการเรียกคืนสินค้าทั้งหมด รวมถึงดำเนินการตรวจสอบเอกสารจัดซื้อวัตถุดิบในการผลิตเป็น ปลานิล ไม่สอดคล้องใบการขออนุญาตปลากระป๋องที่ขอเป็นปลาแมคเคอเรล
นอกจากนี้ได้ส่งตัวอย่างไปให้กรมประมงทำการวิเคราะห์เพื่อตรวจสอบสายพันธุ์ปลา ขณะนี้ยังรอผลอย่างเป็นทางการ คาดว่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งสัปดาห์ ส่วนผลอย่างไม่เป็นทางการระบุว่าเป็น ปลานิล
นอกจากนี้จะให้ทางกรมวิทยาศาสตร์ทางการแพทย์วิเคราะห์อาหารมีการปนเปื้อนเชื้อจุลินทรีย์และโลหะหนักหรือไม่ และตรวจสอบสถานที่ผลิตดำเนินการตามสุขลักษณะหรือไม่ เท่าที่ซึ่งจากที่ตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าสถานที่ไม่ได้ผลิตอาหารให้เป็นไปตามสุขลักษณะที่ดี ซึ่งทาง อย. และสาธารณสุขของจังหวัดจะดำเนินการตามกฏหมายต่อไป
สำหรับบทลงโทษของผู้ประกอบการรายนี้ มีความผิดตามพ.ร.บ.อาหาร ในข้อหาผลิตอาหารปลอมมีโทษจำคุก 6 เดือน ถึง 10 ปี และข้อหา แสดงฉลากอาหารไม่ถูกต้อง และสถานที่ไม่ถูกสุขลักษณะ มีโทษปรับ แต่เบื้องต้นทราบว่ามีการ ขอ GMP แต่ทางโรงงานไม่ได้ดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งหากผลการตรวจพบสารปนเปื้อนอื่นๆ ก็จะต้องถูกดำเนินคดีเพิ่มเติม ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมาย ยอมความไม่ได้ อย.จึงต้องไปแจ้งความกับบริษัทเกิดเหตุ
ด้านนายกิตติพงษ์ และนายปทุมรัตน์ ในฐานะคณะกรรมการบริษัท ยกมือไหว้ขอโทษ พร้อมระบุว่า บริษัทเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะผู้บริโภคที่ได้รับผลกระทบ ยืนยันว่าไม่ได้เพิกเฉยต่อปัญหา และได้เริ่มติดต่อผู้บริโภคเพื่อดำเนินการเยียวยา รวมถึงอยู่ระหว่างเรียกคืนสินค้าที่เกี่ยวข้อง
ผู้บริหารชี้แจงว่า ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวเป็นสินค้าทดลอง ซึ่งใช้ปลานิลเป็นวัตถุดิบแทนปลาแมคเคอเรล โดยยืนยันว่าสามารถบริโภคได้อย่างปลอดภัย มีคุณค่าทางโภชนาการ มีโปรตีนสูง และไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุญาตใช้ฉลากให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ล่าสุด นางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ระบุผลการตรวจสอบทางห้องปฏิบัติการยืนยันชัดเจนว่า เนื้อปลาที่บรรจุอยู่ในปลากระป๋องล็อตดังกล่าวคือ “ปลานิล” ไม่ใช่ “ปลาหมอคางดำ”
การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายความผิดตามพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ. 2522 ในฐานความผิด “ผลิตอาหารปลอม” เนื่องจากใช้วัตถุดิบไม่ตรงกับฉลากสินค้าที่ระบุไว้ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคทั่วประเทศ
#ปลานิล
#ตรวจสอบปลากระป๋อง
ข่าวทั้งหมด