นาย ฮุน เซน โพสต์บนโซเชียลมีเดียว่า สนับสนุนจุดยืนของรัฐบาลกัมพูชาในการแก้ไขข้อพิพาทเรื่องเขตแดนทางทะเลระหว่างกัมพูชาและไทย หลังจากที่ไทยยกเลิก MOU44 ว่าไม่ควรมีการตั้งกลไกทวิภาคีขึ้นมาใหม่เพื่อมาแทน MOU44 แต่ควรเปลี่ยนไปใช้กลไกภายใต้อนุสัญญากฎหมายทางทะเลแห่งสหประชาชาติ (UNCLOS) เพื่อให้ได้ข้อยุติที่ยุติธรรมโดยมีบุคคลที่สามเข้าร่วมในกระบวนการด้วย ตามที่นายกรัฐมนตรีกัมพูชาโพสต์เมื่อวานนี้
นายฮุน เซน เล่าว่าเคยดำเนินงานแก้ไขปัญหาข้อพิพาททางทะเลกับอดีตนายกรัฐมนตรีพลเอกชาติชาย ชุนหะวัณ ตั้งแต่ปี 1989 ถึง 1990 รวมถึงเข้าร่วมการลงนาม MOU44 จึงเสียใจที่ไทยตัดสินใจยกเลิก MOU44 เพียงฝ่ายเดียว ด้วยเหตุผลว่าไม่มีความคืบหน้า จึงตั้งคำถามถึงเหตุผลของไทยว่าอะไรทำให้ไม่มีความคืบหน้า ซึ่งไทยรู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร เพราะตั้งแต่ที่ไทยมีการทำรัฐประหารในปี 2006 ไทยเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีมากถึงประมาณ 10 คน ขณะที่กัมพูชารักษาความต่อเนื่องทางการเมืองจากตนไปยัง ฮุน มาเนต โดยไม่มีการเปลี่ยนกลไกการเจรจา ซึ่งนี่อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้การเจรจาภายใต้ MOU44 ไม่มีความคืบหน้าหรือไม่
ขอยืนยันว่ากัมพูชากำลังเดินหน้าต่อไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ และขออย่ากล่าวหาว่ากัมพูชานำปัญหาทวิภาคีไปสู่เวทีโลก หรืออ้างว่ากัมพูชากำลังวางกับดัก โดยทำให้บุคคลที่สามมามีส่วนร่วมในเรื่องนี้ หวังว่ากัมพูชาและไทยจะจับมือกันไปข้างหน้าสู่กลไกระหว่างประเทศที่เหมาะสม ซึ่งมีอำนาจพิจารณาเกี่ยวกับประเด็นทางทะเล
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ นายฮุน มาเนต นายกรัฐมนตรีกัมพูชา โพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กประกาศดำเนินการตามกลไก “การไกล่เกลี่ยโดยบังคับ” (Compulsory Conciliation)ภายใต้อนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยกฎหมายทะเล (UNCLOS) เพื่อหาข้อยุติเรื่องพื้นที่ทับซ้อนทางทะเลระหว่างไทยกับกัมพูชา ว่าถือเป็นทิศทางที่ดี อย่างน้อยสองประเทศก็จะอยู่บนพื้นฐานกฎเกณฑ์เดียวกัน สมัยก่อนเหมือนใช้คนละกฎเกณฑ์ ซึ่งตอนนี้ประเทศไทยไม่ได้มี MOU 44 แล้ว หลังจากนี้จะพูดคุยอะไรกันต้องมากำหนดกฎเกณฑ์กันใหม่ ซึ่งยังมีเวลาที่จะต้องมาหารือกัน อีกทั้งกระทรวงการต่างประเทศก็รับผิดชอบเรื่องนี้อยู่
#MOU44
#ฮุนเซนโต้ยกเลิกMOU44
ข่าวทั้งหมด