สมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เริ่มการอภิปรายเกี่ยวกับร่างมติที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐฯ และบาห์เรน ซึ่งอาจนำไปสู่การคว่ำบาตรอิหร่าน และอาจอนุญาตให้ใช้กำลังทางทหาร หากอิหร่านยังไม่หยุดการโจมตีและคุกคามเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ
ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา การดำเนินการส่วนใหญ่ของสหรัฐฯจะอยู่นอกกรอบของสหประชาชาติ จากการเปิดฉากโจมตีอิหร่านโดยไม่ขออนุมัติจากคณะมนตรี และกดดันพันธมิตรให้เข้าร่วมการลาดตระเวนทางทะเลเฉพาะกิจเพื่อบังคับใช้เสรีภาพในการเดินเรือ ทำให้ถูกพันธมิตรต่อต้าน และมีความกังวลว่าความขัดแย้งจะยืดเยื้อ
ร่างมติของบาห์เรนที่เคยนำเสนอต่อคณะมนตรีความมั่นคงฯ ก่อนหน้านี้ ไม่ผ่านความเห็นชอบเนื่องจากรัสเซียและจีนขัดขวาง ในร่างฉบับใหม่ที่มีการนำเสนอในครั้งนี้ จึงมีการหลีกเลี่ยงการใช้ถ้อยคำที่อนุญาตให้ใช้กำลังทางทหาร โดยอ้างอิงบทที่ 7 ของกฎบัตรสหประชาชาติ อนุญาตให้คณะมนตรีความมั่นคงใช้มาตรการต่างๆ ตั้งแต่การคว่ำบาตรไปจนถึงปฏิบัติการทางทหาร พร้อมประณามการละเมิดข้อตกลงหยุดยิงของอิหร่าน และการข่มขู่อย่างต่อเนื่องซึ่งมีเป้าหมายเพื่อปิดกั้น ขัดขวาง เก็บค่าผ่านทาง หรือแทรกแซงการใช้สิทธิและเสรีภาพในการเดินเรืออย่างถูกต้องตามกฎหมายผ่านช่องแคบฮอร์มุซ มีการวางทุ่นระเบิดในทะเล เป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ และเรียกร้องให้อิหร่านยุติการโจมตีโดยทันที เปิดเผยที่ตั้งของทุ่นระเบิด และไม่ขัดขวางปฏิบัติการกวาดล้าง ทั้งเรียกร้องให้อิหร่านให้ความร่วมมือกับความพยายามของสหประชาชาติในการจัดตั้งระเบียงมนุษยธรรมผ่านช่องแคบ โดยอ้างถึงการหยุดชะงักของการส่งมอบความช่วยเหลือ การขนส่งปุ๋ย และสินค้าจำเป็นอื่นๆ
เลขาธิการสหประชาชาติจะรายงานผลการปฏิบัติตามมาตรการภายใน 30 วัน และคณะมนตรีความมั่นคงฯจะมีการประชุมอีกครั้งเพื่อพิจารณามาตรการเพิ่มเติม รวมถึงมาตรการคว่ำบาตรที่เป็นไปได้ หากอิหร่านไม่ปฏิบัติตามมติ ซึ่งสหรัฐฯ คาดหวังว่า การประชุมจะได้ข้อสรุปโดยเร็ว โดยมีเป้าหมายที่จะเผยแพร่ร่างสุดท้ายภายในวันที่ 8 พฤษภาคม และจัดการลงคะแนนเสียงในช่วงต้นสัปดาห์หน้า แม้ว่ารัสเซียและจีนยังคงมีร่างข้อตกลงอีกฉบับหนึ่งที่อยู่ระหว่างการพิจารณา
...
#สหประชาชาติ
#อิหร่าน
ข่าวทั้งหมด