นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเดินหน้าปฏิบัติการเชิงรุกตรวจสอบนิติบุคคลต้องสงสัย หลังพบคนต่างด้าวถือหุ้นตั้งแต่ 50% และลักลอบดำเนินธุรกิจที่อยู่ในบัญชีท้ายของพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 โดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งถือเป็นความผิดตามกฎหมาย
โดยได้นำเทคโนโลยีมาวิเคราะห์และเชื่อมโยงฐานข้อมูล เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีความเสี่ยงในการดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย เบื้องต้นพบนิติบุคคลต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจในไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต และอาจเข้าข่ายฝ่าฝืน พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว จำนวน 6,551 ราย
ขณะนี้ กรมพัฒนาธุรกิจการค้าอยู่ระหว่างการตรวจสอบเชิงลึก พร้อมประสานความร่วมมือกับหน่วยงานพันธมิตร ได้แก่ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ DSI สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และหน่วยงานด้านภาษี เพื่อขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง หากพบกระทำผิดจริงจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด จึงขอเตือนผู้ประกอบธุรกิจและนักลงทุนชาวต่างชาติ หากต้องการเข้ามาลงทุนหรือประกอบธุรกิจในประเทศไทย ต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 อย่างเคร่งครัด เนื่องจากกฎหมายกำหนดเงื่อนไขการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวไว้ใน 3 บัญชีท้าย เพื่อกำหนดขอบเขตธุรกิจที่ชาวต่างชาติสามารถดำเนินการได้ในประเทศไทย
บัญชีที่ 1 เป็นธุรกิจที่ห้ามชาวต่างชาติประกอบโดยเด็ดขาด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความเป็นอยู่พื้นฐานของคนไทย และเป็นธุรกิจที่สงวนไว้สำหรับคนไทย เช่น การทำนา ทำสวน ทำไร่ การทำประมงในน่านน้ำไทย การทำไม้จากป่าธรรมชาติ และการค้าขายที่ดิน
บัญชีที่ 2 เป็นธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง วัฒนธรรม และทรัพยากรของประเทศ หรือมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในระดับสำคัญ ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากรัฐมนตรี โดยการอนุมัติของคณะรัฐมนตรี เช่น ธุรกิจเกี่ยวกับความมั่นคง อาวุธ ธุรกิจคมนาคม ขนส่ง และธุรกิจเกี่ยวกับทรัพยากรธรรมชาติ
บัญชีที่ 3 เป็นธุรกิจที่คนไทยยังไม่พร้อมแข่งขัน ชาวต่างชาติสามารถประกอบธุรกิจได้ แต่ต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว เช่น ธุรกิจบริการ บัญชี กฎหมาย ค้าปลีก ค้าส่ง ธุรกิจท่องเที่ยว และธุรกิจโรงแรม
ความผิดตาม พ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับตั้งแต่ 100,000 บาท ถึง 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ประกอบธุรกิจโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมถึงผู้ที่รู้เห็นเป็นใจหรือไม่ได้ป้องกันตามสมควรเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำความผิด อาจถูกดำเนินคดีในฐานะผู้ร่วมกระทำความผิด
กรมพัฒนาธุรกิจการค้ายืนยันว่าจะเดินหน้าตรวจสอบเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยใช้ระบบฐานข้อมูลเชื่อมโยงและเทคโนโลยีวิเคราะห์ความเสี่ยง เพื่อคัดกรองนิติบุคคลที่มีพฤติการณ์เข้าข่ายผิดกฎหมาย โดยเฉพาะธุรกิจที่อาจมีการใช้คนไทยเป็นนอมินีหรือให้ความช่วยเหลือธุรกิจต่างด้าวที่ฝ่าฝืนกฎหมาย
กรมฯขอความร่วมมือประชาชนช่วยแจ้งเบาะแส หากพบพฤติกรรมเข้าข่ายการประกอบธุรกิจผิดกฎหมาย เพื่อร่วมกันปกป้องระบบเศรษฐกิจของประเทศให้มีความโปร่งใส เป็นธรรม และไม่ให้ธุรกิจผิดกฎหมายสร้างความเสียหายต่อผู้ประกอบการไทย ประชาชนสามารถแจ้งข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ Call Center 1570 หรือผ่านเว็บไซต์กรมพัฒนาธุรกิจการค้า รวมถึงกองบริหารการประกอบธุรกิจของชาวต่างชาติ โทร. 0-2547-4425 ถึง 6 และกองป้องกันและปราบปรามธุรกิจผิดกฎหมาย โทร. 0-2547-4400
#ต่างชาติประกอบธุรกิจ
#บริษทนอมินี
Cr:กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
ข่าวทั้งหมด